สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ประเด็นรายจ่ายทางภาษี

สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ประเด็นรายจ่ายทางภาษี สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร, สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลที่บริษัทจ่ายให้แก่พนักงานสามารถถือเป็น ค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ โดยไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ทั้งนี้มีเงื่อนไขและรายละเอียดที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อให้นำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้อย่างถูกต้อง 1. หลักการทั่วไปของค่าใช้จ่ายสวัสดิการพนักงาน โดยหลักการแล้ว กรมสรรพากรถือว่า สวัสดิการที่จ่ายให้พนักงานเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกิจการ และสามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า สวัสดิการนั้นต้องเป็นการจ่าย โดยเท่าเทียมกัน และไม่ใช่การจ่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของกรรมการหรือผู้ถือหุ้นเท่านั้น 2. หลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลที่บริษัทจ่ายให้พนักงานสามารถหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ หากเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังนี้: ค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายตามระเบียบของบริษัท: หากบริษัทมีระเบียบหรือข้อบังคับที่กำหนดให้พนักงานมีสิทธิ์ได้รับเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล โดยระบุเงื่อนไขและวงเงินที่ชัดเจนสำหรับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน (ตามตำแหน่งหรือระดับ) ค่าใช้จ่ายนี้จะถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการดำเนินกิจการและสามารถหักภาษีได้ เงินสมทบกองทุนประกันสังคม: เงินสมทบส่วนที่บริษัทจ่ายให้กับกองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย เป็นค่าใช้จ่ายที่หักภาษีได้เต็มจำนวนอยู่แล้ว ค่าเบี้ยประกันสุขภาพแบบกลุ่ม: หากบริษัทจัดทำประกันสุขภาพแบบกลุ่มให้พนักงาน และจ่ายค่าเบี้ยประกันให้ ซึ่งเป็นสวัสดิการที่มอบให้พนักงานทุกคนโดยเท่าเทียมกันตามนโยบายบริษัท ค่าเบี้ยประกันนี้สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 3. ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา (ข้อควรระวัง) เพื่อให้สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่ถูกจัดเป็น “รายจ่ายต้องห้าม” ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (13) ที่ระบุว่า “รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว…หรือการให้โดยเสน่หา” บริษัทควรปฏิบัติดังนี้: ต้องมีระเบียบหรือข้อบังคับที่ชัดเจน: บริษัทต้องมีเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุถึงสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขของค่ารักษาพยาบาลอย่างชัดเจน เช่น วงเงินสูงสุดที่เบิกได้ต่อปี หรือเงื่อนไขการเบิกจ่าย ให้สิทธิประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน: สวัสดิการนี้ควรให้สิทธิ์แก่พนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ […]

ค่ารับรอง คืออะไร ทำรายจ่ายให้สรรพากรยอมรับได้

ค่ารับรอง คืออะไร ทำรายจ่ายให้สรรพากรยอมรับได้ ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร “ค่ารับรอง” คือ ค่าใช้จ่ายที่กิจการจ่ายไปเพื่อการรับรองลูกค้า หรือบุคคลภายนอกที่มาติดต่อธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และอำนวยประโยชน์ให้แก่กิจการในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การจะนำค่ารับรองมาเป็นรายจ่ายทางภาษีได้นั้น จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.116/2545 ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญดังนี้ 1. ลักษณะของค่ารับรองที่สามารถนำมาหักภาษีได้ ค่ารับรองที่กรมสรรพากรยอมรับจะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ: ค่าบริการ: เช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ใช้เลี้ยงรับรองลูกค้า, ค่าที่พัก, ค่าเดินทาง หรือค่าตั๋วเข้าชมมหรสพ/การกีฬา เพื่อการเจรจาธุรกิจ ค่าสิ่งของ: เช่น ของขวัญปีใหม่, ของที่ระลึก, หรือกระเช้าของขวัญที่มอบให้ลูกค้าในโอกาสสำคัญ 2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามกฎหมาย ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นตามธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจ: ค่ารับรองที่จ่ายไปจะต้องมีเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล เช่น การเลี้ยงรับรองลูกค้าเพื่อปิดการขาย, การเลี้ยงรับรองเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้า หรือการมอบของขวัญเพื่อแสดงความขอบคุณ ผู้ที่ได้รับการรับรองต้องไม่ใช่ลูกจ้างของกิจการ: โดยปกติแล้ว บุคคลที่ได้รับการรับรองจะต้องเป็นบุคคลภายนอก เช่น ลูกค้า, คู่ค้า, หรือผู้มีอุปการคุณทางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม กฎหมายมีข้อยกเว้นสำหรับกรณีที่ลูกจ้างของบริษัทมีหน้าที่เข้าร่วมในการรับรองนั้นด้วย […]

ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ช่วยธุรกิจคุณง่ายขึ้น กับยอดขายจำนวนมาก

ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ช่วยธุรกิจคุณง่ายขึ้น กับยอดขายจำนวนมาก สำหรับ “กิจการขายปลีก หรือให้บริการรายย่อย” สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ โดยไม่ต้องขออนุมัติจากกรมสรรพากร โดยต้องเป็นกิจการที่เข้าข่ายการขายปลีก หรือให้บริการรายย่อยตามที่กรมสรรพากรกำหนด สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้เลย โดยไม่ต้องขออนุมัติจากกรมสรรพากร เว้นแต่ ในกรณีที่มีการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (POS – Point of Sale) เพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ นี่คือรายละเอียดและข้อควรระวังที่สำคัญ: 1. ใครมีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ? ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งประกอบกิจการดังต่อไปนี้: การขายปลีก: หมายถึงการขายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง เพื่อการบริโภคหรือใช้สอยส่วนตัวและไม่ใช่เพื่อการขายต่อ เช่น ร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหาร, ห้างสรรพสินค้า, ร้านขายยา เป็นต้น การให้บริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก: เช่น ธุรกิจโรงแรม, โรงภาพยนตร์, ธุรกิจซ่อมแซม เป็นต้น 2. หลักการออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ไม่ต้องขออนุมัติจากกรมสรรพากร: กิจการที่เข้าข่ายข้างต้น สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้เลย โดยไม่ต้องยื่นคำขออนุมัติใดๆ เป็นลายลักษณ์อักษรจากกรมสรรพากร ข้อกำหนดของรายการในใบกำกับภาษีอย่างย่อ: แม้จะเป็น “อย่างย่อ” แต่ก็มีรายการสำคัญที่ต้องแสดงบนใบกำกับภาษีให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่: คำว่า “ใบกำกับภาษีอย่างย่อ” […]

บริจาค ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

กรณีบริจาคด้วยสินค้าของบริษัท บริจาค ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่ โดยปกติแล้วการบริจาคสินค้าของบริษัท ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากกฎหมายถือว่าการบริจาคสินค้าเป็น “การขาย” ตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งหมายถึงการจำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม มี ข้อยกเว้น ที่ทำให้การบริจาคสินค้าไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาและประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ดังนี้ ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม บริจาคให้แก่หน่วยงานของรัฐ: ได้แก่ สถานพยาบาลและสถานศึกษาของทางราชการ บริจาคให้แก่องค์กรหรือสถานสาธารณกุศลที่อธิบดีประกาศกำหนด: ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร เช่น สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลเอกชน, สถานศึกษาเอกชน, หรือมูลนิธิที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้น บริจาคผ่านระบบ e-Donation: การบริจาคให้แก่องค์กรหรือสถานสาธารณกุศลตามรายชื่อที่กำหนดไว้ในระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ก็จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นกัน ผลกระทบทางภาษีอื่นๆ นอกจากภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว การบริจาคสินค้ายังมีผลกระทบต่อภาษีเงินได้นิติบุคคลดังนี้: ต้นทุนสินค้าที่บริจาค: ต้นทุนของสินค้าที่บริจาคสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายของบริษัทได้ แต่มีเงื่อนไขตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร คือ หักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ ภาษีซื้อ (Vat […]

ค่าใช้จ่ายตามระเบียบของบริษัท เป็นรายจ่ายทางภาษีได้

ค่าใช้จ่ายตามระเบียบของบริษัท เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ โดยปกติแล้วการจ่ายเงินตามระเบียบ และตามมติที่ประชุมของกิจการสามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ โดยมีหลักการสำคัญที่ต้องพิจารณาเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายภาษีอากรและไม่เป็นรายจ่ายต้องห้าม มีดังนี้: 1. การจ่ายตามระเบียบที่ชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบของกิจการจะต้องเป็นระเบียบที่จัดทำขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายและผ่านการอนุมัติจากผู้มีอำนาจ เช่น กรรมการผู้จัดการ หรือที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท โดยระเบียบนั้นต้องกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินอย่างชัดเจน เช่น ระเบียบว่าด้วยค่าตอบแทนกรรมการ หรือ ระเบียบว่าด้วยเงินโบนัสพนักงาน ซึ่งต้องกำหนดเงื่อนไขการได้รับและอัตราการจ่ายไว้อย่างเป็นธรรมและสมเหตุสมผล 2. การจ่ายตามมติที่ประชุม การจ่ายเงินตามมติที่ประชุม เช่น มติที่ประชุมคณะกรรมการ หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติเหล่านี้ต้องบันทึกไว้ในรายงานการประชุมอย่างชัดเจนและครบถ้วน โดยระบุเหตุผลในการจ่าย, ผู้ที่ได้รับ, จำนวนเงินที่จ่าย และแหล่งที่มาของเงิน มติที่ประชุมนี้ทำหน้าที่เป็นหลักฐานสำคัญว่าการจ่ายเงินนั้นมีเหตุผลรองรับและไม่ใช่การจ่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ 3. หลักการ “เพื่อกิจการโดยเฉพาะ” รายจ่ายที่สามารถนำมาหักภาษีได้ต้องเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินธุรกิจของกิจการ ซึ่งตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดไว้ว่า “รายจ่ายส่วนตัว รายจ่ายที่ให้โดยเสน่หา หรือการกุศล” ไม่สามารถนำมาเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ดังนั้น หากการจ่ายเงินตามระเบียบหรือมติที่ประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการขาย, สร้างขวัญและกำลังใจให้พนักงาน, หรือเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการ โดยเฉพาะ รายจ่ายนั้นก็จะสามารถนำมาหักภาษีได้ 4. หลักฐานการจ่ายที่ครบถ้วน การจ่ายเงินทุกครั้งต้องมีหลักฐานประกอบการจ่ายที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อให้สรรพากรสามารถตรวจสอบได้ หลักฐานเหล่านี้รวมถึง: […]

วิเคราะห์กำไรธุรกิจ

วิเคราะห์กำไรธุรกิจ

การวิเคราะห์กำไรของธุรกิจ เป็นสิ่งสำคัญเพื่อวัดประสิทธิภาพการทำกำไรในแต่ละส่วนของงบการเงิน  การวิเคราะห์กำไรหลักๆ 3 ประเภท ได้แก่ กำไรขั้นต้น, กำไรจากการดำเนินงาน, และกำไรสุทธิ จะช่วยให้เห็นภาพรวมของสุขภาพทางการเงินของบริษัทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 1. กำไรขั้นต้น (Gross Profit) กำไรขั้นต้น คือ กำไรที่เหลือจากการขายสินค้าหรือบริการ หลังจากหักต้นทุนขาย ซึ่งเป็นต้นทุนทางตรงที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าหรือการให้บริการนั้นๆ. กำไรขั้นต้นจะสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการผลิตหรือการให้บริการของธุรกิจ สูตรการคำนวณ: กำไรขั้นต้น = รายได้จากการขาย − ต้นทุนขาย ตัวอย่าง: บริษัท A ขายสินค้าได้ 1,000,000 บาท มีต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงในการผลิต 600,000 บาท กำไรขั้นต้น = 1,000,000−600,000 = 400,000บาทในตัวอย่างนี้ กำไรขั้นต้น 400,000 บาท หมายความว่า บริษัทมีกำไร 40% จากการขายสินค้า ก่อนหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ 2. กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) กำไรจากการดำเนินงาน คือ กำไรที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน […]

วิธีการคำนวณถอด VAT แบบง่ายๆ

1.การคำนวณ “การถอดราคาก่อน VAT” วิธีการคำนวณถอด VAT แบบง่ายๆ เรามาทำความรู้จักสูตรการคำนวณถอดราคาก่อน VAT สามารถทำได้โดยนำราคารวม VAT ที่จ่ายไปแล้ว มาหารด้วย 1.07 ซึ่งเป็นตัวเลขที่มาจาก 100% ของราคาสินค้า บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% สูตรการคำนวณ “วิธีถอดราคาก่อน VAT” ราคาก่อน VAT  =  ราคารวม VAT / 1.07​ ตัวอย่างการคำนวณ เพื่อหาว่าราคารวม VAT ที่จะทำให้ราคาก่อน VAT เท่ากับ 2,000 บาท ได้อย่างไร เราจะต้องใช้สูตรคำนวณย้อนกลับดังนี้: ขั้นตอนที่ 1: หาว่าราคารวม VAT คือเท่าไร จากโจทย์ที่ต้องการให้ราคาก่อน VAT เท่ากับ 2,000 บาท เราสามารถคำนวณได้ดังนี้: ราคารวม VAT = ราคาก่อน VAT + ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีมูลค่าเพิ่ม […]

6 ภาษีที่ต้องรู้ ในการทำธุรกิจ

https://www.youtube.com/watch?v=yI-xz2jEa44   1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือภาษีที่จัดเก็บจาก รายได้ของบุคคลทั่วไป ที่เกิดขึ้นในระหว่างปีภาษี (1 มกราคม – 31 ธันวาคม) โดยผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีให้กับกรมสรรพากรหากมีเงินได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด การยื่นภาษี โดยปกติแล้ว บุคคลธรรมดามีหน้าที่ต้องยื่นภาษี 1 ครั้งต่อปี คือการยื่นภาษีประจำปี แต่สำหรับผู้มีเงินได้บางประเภทอาจต้องมีการยื่นภาษีครึ่งปีด้วย ที่ต้องยื่นภาษี 2 ครั้งต่อปี ยื่นภาษีครึ่งปี: สำหรับผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(5) – 40(8) เช่น เงินได้จากค่าเช่า, ค่าวิชาชีพอิสระ, เงินได้จากธุรกิจ, และเงินได้จากการรับเหมา ผู้มีเงินได้เหล่านี้ต้องยื่นภาษีครึ่งปีสำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นระหว่างเดือนมกราคม – มิถุนายน โดยยื่นแบบฯ ภายในเดือน กรกฎาคม – กันยายน ของปีนั้น ยื่นภาษีประจำปี: เป็นการยื่นภาษีสรุปสำหรับเงินได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี (มกราคม – ธันวาคม) โดยยื่นแบบฯ ภายในเดือน มกราคม – มีนาคม ของปีถัดไป แบบ […]

ค่าเสื่อมราคารถยนต์ มีข้อแตกต่างทางบัญชีและภาษี

ค่าเสื่อมราคารถยนต์ มีข้อแตกต่างทางบัญชีและภาษี โดยตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 เป็นข้อกำหนดที่สำคัญในการคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับรถยนต์ของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยมาตรา 5 จะกำหนดหลักเกณฑ์การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ซึ่งในกรณีของ รถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกินสิบคน มีข้อกำหนดพิเศษที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หลักเกณฑ์การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางภาษี มาตรา 5 ของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้กำหนดไว้ว่า การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกินสิบคนที่เป็นทรัพย์สินของบริษัท ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้: อัตราการหัก: ให้หักได้ในอัตรา 20% ต่อปี โดยวิธีการหักแบบ เส้นตรง (Straight-line method) ซึ่งหมายความว่าบริษัทจะสามารถหักค่าใช้จ่ายนี้ได้เป็นเวลา 5 ปี เพดานมูลค่ารถยนต์: มูลค่าต้นทุนของรถยนต์ที่นำมาคำนวณค่าเสื่อมราคา ต้องไม่เกิน 1,000,000 บาท หากราคารถยนต์สูงกว่านี้ จะสามารถนำมาคำนวณค่าเสื่อมราคาได้เพียง 1,000,000 บาทเท่านั้น ตัวอย่างการคำนวณ ตัวอย่างที่ 1: บริษัท A ซื้อรถยนต์นั่งราคา 800,000 บาท ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาต่อปี: 800,000บาท×20%=160,000บาท ระยะเวลาการหัก: 5 […]

เงินมัดจำ และเงินประกันการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

เงินมัดจำ และเงินประกันการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย จากข้อกำหนดตาม คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 73/2541 เงินมัดจำและเงินประกันการเช่าอสังหาริมทรัพย์ จะต้องถูกนำมาคำนวณและหักภาษี ณ ที่จ่าย ในกรณีที่เงินนั้นถือเป็นเงินได้ของผู้ให้เช่า อัตราภาษีที่ใช้จะอยู่ที่ 5% กรณีที่เงินมัดจำและเงินประกันการเช่า ถือเป็นเงินได้ ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 73/2541 เงินมัดจำหรือเงินประกันที่ผู้เช่าจ่ายให้กับผู้ให้เช่า จะเข้าข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายก็ต่อเมื่อ: มีการริบเงินมัดจำ: หากผู้เช่าผิดสัญญาและผู้ให้เช่าได้ริบเงินมัดจำนั้นมาเป็นรายได้ของตนเอง มีการนำเงินมัดจำมาชำระค่าเช่า: เงินมัดจำส่วนที่ถูกนำมาหักชำระค่าเช่าจะถือเป็นเงินได้ค่าเช่าในเดือนนั้นๆ ระบุในสัญญาว่าไม่คืนเงิน: สัญญาเช่าระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเงินมัดจำหรือเงินประกันนั้นจะไม่ถูกคืนให้ผู้เช่าเมื่อสิ้นสุดสัญญา ตัวอย่างการคำนวณภาษี ตัวอย่าง: บริษัท A ทำสัญญาเช่าอาคารกับนาย B โดยจ่ายเงินมัดจำ 50,000 บาท และเงินประกันการเช่า 50,000 บาท สัญญาระบุว่าเมื่อสิ้นสุดสัญญาจะคืนเงินประกันให้. ในเดือนสุดท้ายของการเช่า บริษัท A ทำผิดสัญญา ผู้ให้เช่าจึง ริบเงินมัดจำจำนวน 50,000 บาท เงินได้ที่ต้องเสียภาษี: 50,000 บาท […]