กรณีบริจาคด้วยสินค้าของบริษัท
บริจาค ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่ โดยปกติแล้วการบริจาคสินค้าของบริษัท ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากกฎหมายถือว่าการบริจาคสินค้าเป็น “การขาย” ตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งหมายถึงการจำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม มี ข้อยกเว้น ที่ทำให้การบริจาคสินค้าไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาและประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ดังนี้
ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- บริจาคให้แก่หน่วยงานของรัฐ: ได้แก่ สถานพยาบาลและสถานศึกษาของทางราชการ
- บริจาคให้แก่องค์กรหรือสถานสาธารณกุศลที่อธิบดีประกาศกำหนด: ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร เช่น สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลเอกชน, สถานศึกษาเอกชน, หรือมูลนิธิที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้น
- บริจาคผ่านระบบ e-Donation: การบริจาคให้แก่องค์กรหรือสถานสาธารณกุศลตามรายชื่อที่กำหนดไว้ในระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ก็จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นกัน
ผลกระทบทางภาษีอื่นๆ
นอกจากภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว การบริจาคสินค้ายังมีผลกระทบต่อภาษีเงินได้นิติบุคคลดังนี้:
- ต้นทุนสินค้าที่บริจาค: ต้นทุนของสินค้าที่บริจาคสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายของบริษัทได้ แต่มีเงื่อนไขตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร คือ หักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ
- ภาษีซื้อ (Vat Input): สำหรับสินค้าที่ซื้อมาเพื่อบริจาคและได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องไม่สามารถนำมาขอคืนได้ แต่สามารถถือเป็นรายจ่ายได้
ดังนั้น หากบริษัทวางแผนที่จะบริจาคสินค้า ควรตรวจสอบรายชื่อหน่วยรับบริจาคที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากเว็บไซต์กรมสรรพากร เพื่อให้การบริจาคดังกล่าวมีผลประโยชน์ทางภาษีสูงสุด และไม่เกิดภาระภาษีที่ไม่จำเป็นค่ะ

กรณีบริจาคด้วยการซื้อสิ่งของมาบริจาค
เมื่อกิจการซื้อสิ่งของมาเพื่อบริจาคแทนการนำสินค้าของบริษัทมาบริจาค กิจการจะ ไม่สามารถนำภาษีซื้อมาใช้ได้ เนื่องจากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
หลักการที่เกี่ยวข้อง
- มาตรา 82/5 (3) แห่งประมวลรัษฎากร: กำหนดว่าภาษีซื้อต้องห้าม คือ ภาษีซื้อที่เกิดจากค่ารับรอง หรือเพื่อการกุศลสาธารณะ หรือเพื่อการอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด
- ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42): ได้กำหนดให้การบริจาคสิ่งของเป็นรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ จึงถือเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ซึ่งไม่สามารถนำมาขอคืน หรือนำไปหักออกจากภาษีขายได้
ผลที่ตามมาทางภาษี
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม: ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสิ่งของมาบริจาค ไม่สามารถนำมาใช้ได้ หรือที่เรียกว่า “ภาษีซื้อต้องห้าม” (Non-deductible input tax)
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล: ต้นทุนของสิ่งของที่ซื้อมาบริจาค รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายไป สามารถนำมาบันทึกเป็น รายจ่ายของกิจการ ได้ โดยมีเงื่อนไขดังนี้:
- กรณีบริจาคโดยตรง: สามารถหักเป็นรายจ่ายได้ ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ
- กรณีบริจาคผ่านระบบ e-Donation หรือบริจาคให้กับหน่วยงานที่กำหนด: สามารถหักเป็นรายจ่ายได้ สองเท่าของรายจ่ายที่บริจาค แต่ต้องไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิ
ดังนั้น การซื้อสิ่งของมาบริจาคแทนการใช้สินค้าของบริษัท แม้จะสามารถนำรายจ่ายทั้งหมด (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) มาหักจากกำไรสุทธิเพื่อลดภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ แต่ก็ ไม่สามารถใช้สิทธิทางภาษีซื้อได้ เหมือนกับการซื้อมาเพื่อขายต่อหรือใช้ในกิจการตามปกติ

กรณีบริจาคด้วยเงิน แทนสินค้า
การบริจาคด้วยเงินสดของกิจการ ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มจะจัดเก็บจากการขายสินค้าและการให้บริการเท่านั้น ซึ่งการบริจาคเงินสดไม่เข้าข่ายทั้งการขายสินค้าหรือการให้บริการตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม
หลักการที่เกี่ยวข้อง
- มาตรา 77/1 (8) และ (10) แห่งประมวลรัษฎากร: กำหนดความหมายของ “การขาย” และ “การให้บริการ” ที่เป็นฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยการบริจาคเงินสดไม่ถือเป็นการขายสินค้า (การจำหน่าย จ่าย โอนสินค้า) หรือการให้บริการ (การกระทำใดๆ เพื่อให้ได้รับประโยชน์)
- มาตรา 79/3 แห่งประมวลรัษฎากร: การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจะใช้ฐานราคาที่รับชำระจากการขายสินค้าหรือให้บริการเท่านั้น
ผลกระทบทางภาษีต่อกิจการ
แม้ว่าจะไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่การบริจาคเงินสดยังคงมีผลกระทบต่อภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายเพื่อลดภาระภาษีได้ ดังนี้:
- การบริจาคทั่วไป: สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้ ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะและรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือการกีฬา
- การบริจาคให้กับหน่วยงานที่กำหนด: ได้แก่ การบริจาคให้แก่สถานพยาบาลและสถานศึกษาของทางราชการ, องค์กรสาธารณกุศล หรือมูลนิธิต่างๆ ที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้ สองเท่าของรายจ่ายที่บริจาค แต่ต้องไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิ
- การบริจาคผ่านระบบ e-Donation: การบริจาคให้กับหน่วยงานที่เข้าร่วมระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้เต็มจำนวน และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่นๆ เพิ่มเติมอีกด้วย
ดังนั้น สรุปได้ว่า การบริจาคด้วยเงินสดของกิจการ ไม่มีภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้นิติบุคคลที่สามารถนำรายจ่ายดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด


การบริจาคด้วยสินค้าของกิจการ โดยปกติแล้วถือเป็นการ “ขาย” ตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทำให้ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้กำหนดทางเลือกและเงื่อนไขในการบริจาคที่จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกุศลสาธารณะ
1. กรณีที่การบริจาคสินค้าจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบริจาคสินค้าแล้วไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้ามารวมเป็นฐานภาษี) จะต้องบริจาคให้แก่หน่วยงานหรือองค์กรที่กฎหมายกำหนดไว้ดังนี้:
- สถานพยาบาลของทางราชการ: เช่น โรงพยาบาลของรัฐ, โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย
- สถานศึกษาของทางราชการ: เช่น โรงเรียนของรัฐ, มหาวิทยาลัยของรัฐ
- องค์การหรือสถานสาธารณกุศล หรือสถานพยาบาลและสถานศึกษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของราชการ: โดยต้องเป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งรายชื่อเหล่านี้จะมีการปรับปรุงอยู่เสมอ สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร เช่น
- สภากาชาดไทย
- มูลนิธิหรือสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาหรือการกุศลที่ได้รับรอง
- โรงพยาบาลเอกชนบางแห่ง
- สถาบันอุดมศึกษาเอกชนบางแห่ง
2. หลักการที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคสินค้าแล้วไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบริจาคที่เข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว กฎหมายถือเป็นการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้านั้นๆ ทำให้ไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่บริจาคมารวมเป็นฐานภาษีเพื่อคำนวณภาษีขายที่ต้องนำส่ง อย่างไรก็ตาม ภาษีซื้อ (VAT Input) ที่เกิดขึ้นจากการซื้อหรือผลิตสินค้าที่นำมาบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะ จะถือเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ไม่สามารถนำมาขอคืน หรือหักออกจากภาษีขายได้
- กรณีซื้อมาเพื่อบริจาค: กิจการซื้อสิ่งของมาเพื่อบริจาคโดยเฉพาะ ภาษีซื้อที่จ่ายไปจะถือเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ไม่สามารถนำไปขอคืนได้ แต่สามารถบันทึกเป็นรายจ่ายของกิจการได้เต็มจำนวน (รวมภาษีซื้อ) เพื่อลดกำไรสุทธิในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
- กรณีนำสินค้าของบริษัทมาบริจาค: หากบริษัทนำสินค้าที่ผลิตหรือมีไว้เพื่อขายมาบริจาค ภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเหล่านั้น (เช่น ค่าวัตถุดิบ) ก็ไม่สามารถนำมาขอคืนได้เช่นกัน

สรุป
การบริจาคสินค้าของกิจการสามารถทำได้โดยไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หากบริจาคให้กับหน่วยงานที่กฎหมายกำหนดและต้องมีหลักฐานการบริจาคที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อหรือผลิตสินค้าเพื่อบริจาคเหล่านั้นจะถือเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางภาษีมูลค่าเพิ่มได้ แต่ยังคงสามารถนำมูลค่าของสินค้าที่บริจาคไปหักเป็นรายจ่ายของกิจการเพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

AccProTax รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี วางแผนภาษี ประสบการณ์กว่า 25 ปี
“สะดวก รวดเร็ว เข้าใจ ให้คำปรึกษาเชิงรุก” คือสิ่งที่ AccProTax ให้ความสำคัญ
เพราะเราเข้าใจดีว่า “เรื่องภาษี” ไม่ใช่เรื่องเล็กที่มองข้ามได้ AccProTax จึงมุ่งเน้นการวางระบบบัญชีและภาษีที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาการตีความผิดพลาดและลดความเสี่ยงจากการถูกเรียกเก็บย้อนหลัง ทีมงานของเรามีประสบการณ์กว่า 25 ปี ในการให้บริการทั้งการทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี และวางแผนภาษีอย่างรอบด้าน พร้อมคำปรึกษาที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างถูกต้อง
ติดต่อ AccProTax ได้เลยวันนี้
AccProTax พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการจดทะเบียนแบบครบวงจร
ฟรี! ให้คำแนะนำเบื้องต้น
มีแพ็กเกจรายเดือน ปิดงบ รายปี
ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจริง พร้อมให้บริการธุรกิจ SME ทุกประเภท
ฟรีคำปรึกษาเบื้องต้น
ดูแลเอกสารให้ครบ จดเสร็จในไม่กี่วัน
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/accprotax/
อีเมล: accprotax@gmail.com
โทร: 02-124-3062
LineOA: @accprotax
เริ่มต้นจดทะเบียนบริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด การจัดทำบัญชี วางแผนภาษี และการขอใบอนุญาตต่างๆ อย่างถูกต้อง มีขั้นตอนที่ซับซ้อน ยุ่งยาก และใช้ระยะเวลานาน การมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานจดทะเบียนธุรกิจเป็นที่ปรึกษาและวางแผนอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งข้อมูลต่อทางการอย่างถูกต้อง เป็นหัวใจสำคัญของก้าวแรกที่เริ่มต้นทำธุรกิจ เรายินดีให้บริการแก่ลูกค้าทุกท่าน พร้อมให้คำแนะนำในด้านการจดทะเบียน บริษัท(บจก.) ห้างหุ้นส่วนจำกัด(หจก.) อย่างครบวงจร รวมถึง จัดทำบัญชี และวางแผนภาษี (Tax Planning) ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
เมื่อลูกค้าต้องการข้อมูล เรายินดีช่วยเหลือ ให้บริการที่รวดเร็ว ทันเวลา ราคาเหมาะสม คุยอย่างเป็นกันเอง ยินดีให้บริการอย่างเต็มที่ ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งค่ะ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี
กรุณากรอกข้อมูล โดยผู้เชี่ยวชาญติดต่อกลับ ให้คำปรึกษาที่ตรงกับความต้องการของคุณได้อย่างรวดเร็ว









