ค่าเสื่อมราคารถยนต์ มีข้อแตกต่างทางบัญชีและภาษี โดยตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 เป็นข้อกำหนดที่สำคัญในการคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับรถยนต์ของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยมาตรา 5 จะกำหนดหลักเกณฑ์การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ซึ่งในกรณีของ รถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกินสิบคน มีข้อกำหนดพิเศษที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
หลักเกณฑ์การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางภาษี
มาตรา 5 ของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้กำหนดไว้ว่า การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกินสิบคนที่เป็นทรัพย์สินของบริษัท ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้:
- อัตราการหัก: ให้หักได้ในอัตรา 20% ต่อปี โดยวิธีการหักแบบ เส้นตรง (Straight-line method) ซึ่งหมายความว่าบริษัทจะสามารถหักค่าใช้จ่ายนี้ได้เป็นเวลา 5 ปี
- เพดานมูลค่ารถยนต์: มูลค่าต้นทุนของรถยนต์ที่นำมาคำนวณค่าเสื่อมราคา ต้องไม่เกิน 1,000,000 บาท หากราคารถยนต์สูงกว่านี้ จะสามารถนำมาคำนวณค่าเสื่อมราคาได้เพียง 1,000,000 บาทเท่านั้น
ตัวอย่างการคำนวณ
ตัวอย่างที่ 1: บริษัท A ซื้อรถยนต์นั่งราคา 800,000 บาท
- ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาต่อปี:800,000บาท×20%=160,000บาท
- ระยะเวลาการหัก: 5 ปี
ตัวอย่างที่ 2: บริษัท B ซื้อรถยนต์นั่งราคา 1,500,000 บาท
- มูลค่าที่นำมาคำนวณได้: 1,000,000 บาท
- ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาต่อปี:1,000,000บาท×20%=200,000บาท
- ระยะเวลาการหัก: 5 ปี
ข้อควรระวัง
- มาตรานี้ครอบคลุมเฉพาะรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกินสิบคนเท่านั้น หากเป็นรถยนต์ประเภทอื่น เช่น รถบรรทุกหรือรถโดยสารที่มีที่นั่งเกินสิบคน จะไม่เข้าข่ายมาตรานี้
- ใช้ได้กับรถยนต์ของบริษัทเท่านั้น: รถยนต์ที่อยู่ในชื่อของกรรมการหรือพนักงานไม่สามารถนำมาใช้สิทธิหักค่าเสื่อมราคาตามกฎหมายนี้ได้
- รถยนต์ที่ได้มาจากการเช่า: รถยนต์ที่เช่าจากบริษัทผู้ให้เช่า จะไม่มีการคิดค่าสึกหรอหรือค่าเสื่อมราคา เนื่องจากรถยนต์ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของกิจการ แต่ค่าเช่าสามารถนำมาถือเป็นค่าใช้จ่ายได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
มาตรา 5 ของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้จึงเป็นกฎเกณฑ์สำคัญที่ผู้ทำบัญชีและผู้บริหารต้องทราบ เพื่อให้การคำนวณค่าใช้จ่ายของบริษัทเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหลีกเลี่ยงการถูกปรับจากกรมสรรพากรค่ะ

หลักเกณฑ์การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางบัญชี
ในทางบัญชี การคิดค่าเสื่อมราคาของรถยนต์นั่งมีหลักการสำคัญที่แตกต่างจากภาษี โดยมุ่งเน้นที่การสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินตามการใช้งานจริง ซึ่งมีหลักการดังนี้:
1. วิธีการคำนวณ
วิธีการที่นิยมใช้ในการคิดค่าเสื่อมราคาในทางบัญชีมีหลายวิธี แต่วิธีที่พบมากที่สุดคือ:
- วิธีเส้นตรง (Straight-Line Method): เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและนิยมใช้มากที่สุด. หลักการคือการหักค่าเสื่อมราคาในจำนวนที่เท่ากันทุกปีตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์
- สูตร:ค่าเสื่อมราคาต่อปี=อายุการใช้งานราคาทุน−มูลค่าซาก
โดยที่:
- ราคาทุน: ราคารถยนต์ที่ซื้อมา
- มูลค่าซาก: มูลค่าที่คาดว่ารถยนต์จะเหลืออยู่เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน
- อายุการใช้งาน: ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้รถยนต์ (เป็นปี)
- สูตร:
- วิธียอดลดลง (Declining-Balance Method): เป็นวิธีที่หักค่าเสื่อมราคาในจำนวนมากในปีแรกๆ และจะลดลงเรื่อยๆ ในปีต่อๆ ไป วิธีนี้จะเหมาะสมกับทรัพย์สินที่เสื่อมสภาพเร็วในช่วงแรกของการใช้งาน
- สูตร:ค่าเสื่อมราคาต่อปี=(ราคาทุน−ค่าเสื่อมราคาสะสม)×อัตราค่าเสื่อมราคา
- สูตร:
2. ราคาต้นทุน
ราคารถยนต์ที่นำมาคำนวณค่าเสื่อมราคาในทางบัญชีคือ ราคาทุนของรถยนต์ ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการทำให้รถพร้อมใช้งาน เช่น ค่าจดทะเบียน และค่าตกแต่งรถยนต์
3. อายุการใช้งานและมูลค่าซาก
ในทางบัญชี อายุการใช้งาน และ มูลค่าซาก ของรถยนต์เป็นสิ่งที่กิจการต้องประมาณการจากประสบการณ์หรือจากการคาดการณ์การใช้งานจริง ซึ่งต่างจากทางภาษีที่มักจะกำหนดตายตัวให้ เช่น อายุการใช้งาน 5 ปี.
- อายุการใช้งาน: อาจพิจารณาจากจำนวนปี, จำนวนกิโลเมตรที่วิ่ง หรือชั่วโมงการทำงาน
- มูลค่าซาก: มูลค่าที่คาดว่ารถยนต์จะมีเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน เช่น มูลค่ารถยนต์มือสอง

ความแตกต่างระหว่างหลักการบัญชีกับหลักการภาษี
- หลักการบัญชี: มุ่งเน้นการสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินตามการใช้งานจริง ไม่จำกัดเพดานราคา แต่ต้องพิจารณาจากเหตุผลทางธุรกิจที่สมเหตุสมผล
- หลักการภาษี: มุ่งเน้นการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ซึ่งจำกัดเพดานมูลค่ารถยนต์ไว้ที่ 1,000,000 บาท และกำหนดอัตราหักไว้ที่ 20% ต่อปี (วิธีเส้นตรง). หากมีการคำนวณทางบัญชีที่เกินกว่าเกณฑ์ของภาษี ส่วนที่เกินจะต้องนำไปบวกกลับเพื่อการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี
การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ทำบัญชีเพื่อให้การจัดทำงบการเงินและการยื่นภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและสอดคล้องกันค่ะ

AccProTax รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี วางแผนภาษี ประสบการณ์กว่า 25 ปี
“สะดวก รวดเร็ว เข้าใจ ให้คำปรึกษาเชิงรุก” คือสิ่งที่ AccProTax ให้ความสำคัญ
เพราะเราเข้าใจดีว่า “เรื่องภาษี” ไม่ใช่เรื่องเล็กที่มองข้ามได้ AccProTax จึงมุ่งเน้นการวางระบบบัญชีและภาษีที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาการตีความผิดพลาดและลดความเสี่ยงจากการถูกเรียกเก็บย้อนหลัง ทีมงานของเรามีประสบการณ์กว่า 25 ปี ในการให้บริการทั้งการทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี และวางแผนภาษีอย่างรอบด้าน พร้อมคำปรึกษาที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างถูกต้อง
ติดต่อ AccProTax ได้เลยวันนี้
AccProTax พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการจดทะเบียนแบบครบวงจร
ฟรี! ให้คำแนะนำเบื้องต้น
มีแพ็กเกจรายเดือน ปิดงบ รายปี
ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจริง พร้อมให้บริการธุรกิจ SME ทุกประเภท
ฟรีคำปรึกษาเบื้องต้น
ดูแลเอกสารให้ครบ จดเสร็จในไม่กี่วัน
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/accprotax/
อีเมล: accprotax@gmail.com
โทร: 02-124-3062
LineOA: @accprotax
เริ่มต้นจดทะเบียนบริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด การจัดทำบัญชี วางแผนภาษี และการขอใบอนุญาตต่างๆ อย่างถูกต้อง มีขั้นตอนที่ซับซ้อน ยุ่งยาก และใช้ระยะเวลานาน การมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานจดทะเบียนธุรกิจเป็นที่ปรึกษาและวางแผนอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งข้อมูลต่อทางการอย่างถูกต้อง เป็นหัวใจสำคัญของก้าวแรกที่เริ่มต้นทำธุรกิจ เรายินดีให้บริการแก่ลูกค้าทุกท่าน พร้อมให้คำแนะนำในด้านการจดทะเบียน บริษัท(บจก.) ห้างหุ้นส่วนจำกัด(หจก.) อย่างครบวงจร รวมถึง จัดทำบัญชี และวางแผนภาษี (Tax Planning) ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
เมื่อลูกค้าต้องการข้อมูล เรายินดีช่วยเหลือ ให้บริการที่รวดเร็ว ทันเวลา ราคาเหมาะสม คุยอย่างเป็นกันเอง ยินดีให้บริการอย่างเต็มที่ ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งค่ะ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี
กรุณากรอกข้อมูล โดยผู้เชี่ยวชาญติดต่อกลับ ให้คำปรึกษาที่ตรงกับความต้องการของคุณได้อย่างรวดเร็ว








