การคำนวณภาษีหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่ละกรณี-หักถูกต้อง ไม่เสี่ยงสรรพากร!

การคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) การหักภาษี ณ ที่จ่าย คือ การที่ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษีไว้บางส่วนจากยอดเงินที่จ่ายให้ผู้รับเงิน แล้วนำส่งให้กรมสรรพากรโดยตรง ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้ง่ายขึ้น และผู้รับเงินก็ไม่ต้องจ่ายภาษีเป็นเงินก้อนใหญ่ในคราวเดียวเมื่อถึงกำหนดการยื่นภาษีประจำปี การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะแตกต่างกันไปตามประเภทของเงินได้ที่ได้รับ โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลักๆ คือ การหักตามอัตราก้าวหน้า และ การหักตามอัตราคงที่ รูปแบบที่ 1: การคำนวณตามอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ใช้สำหรับเงินได้ประเภทเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินได้ที่ได้รับจากนายจ้างเพียงแห่งเดียว ตัวอย่าง: นายสมชาย ได้รับเงินเดือน 30,000 บาทต่อเดือน (คนโสด) มีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และเงินสมทบประกันสังคมปีละ 9,900 บาท ขั้นตอนการคำนวณภาษีรายเดือน: คำนวณเงินได้ทั้งปี: 30,000 บาท x 12 เดือน = 360,000 บาท คำนวณค่าใช้จ่ายแบบเหมา: 50% […]

ข้อควรรู้ เกี่ยวกับหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย -ถูกต้องถูกใจสรรพากร!

คำอธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือที่นิยมเรียกกันว่า ใบ 50 ทวิ เป็นเอกสารสำคัญทางภาษีที่ผู้จ่ายเงินต้องออกให้ผู้รับเงินเพื่อยืนยันว่าได้มีการหักภาษีและนำส่งรัฐบาลแล้ว ซึ่งผู้รับเงินจะนำเอกสารนี้ไปใช้เป็นหลักฐานในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปีเพื่อขอคืนภาษีหรือชำระภาษีส่วนที่เหลือ 1. หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร? คือ เอกสารที่ผู้จ่ายเงินได้ (เช่น บริษัท หรือนิติบุคคล) มีหน้าที่ต้องออกให้กับผู้รับเงินได้ (เช่น พนักงาน, ผู้ให้บริการ) เพื่อเป็นหลักฐานว่าผู้จ่ายเงินได้ ได้หักภาษีจากเงินที่จ่ายให้แล้วตามที่กฎหมายกำหนด และจะนำส่งภาษีดังกล่าวให้กรมสรรพากร 2. เงื่อนไขการออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย มี 2 เงื่อนไขหลักที่ต้องพิจารณา: ผู้จ่ายเงิน: ต้องเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร (เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าบริการ) ผู้รับเงิน: ต้องเป็นผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินซึ่งต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย หน้าที่ของผู้จ่ายเงิน: หักภาษี ณ ที่จ่าย: […]

เงินเดือนเท่าไหร่ มนุษย์เงินเดือนควรรู้ ไม่ต้องเสียภาษี (คนโสด)!

ในกรณีที่เป็นมนุษย์เงินเดือนและเป็นคนโสด หากต้องการทราบว่าควรมีรายได้เท่าไหร่จึงจะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะต้องพิจารณาจากรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ ตามกฎหมาย ตามหลักการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทศไทย มี 2 ส่วนสำคัญที่ต้องนำมาหักออกจากรายได้ก่อน คือ ค่าใช้จ่าย และ ค่าลดหย่อน 1. การหักค่าใช้จ่าย เงินเดือน: กฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ในอัตราร้อยละ 50 ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ดังนั้น หากคุณมีเงินเดือนทั้งปี (เงินได้) ไม่เกิน 200,000 บาท จะสามารถหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 100,000 บาท (50% ของ 200,000 บาท) 2. การหักค่าลดหย่อน ค่าลดหย่อนส่วนตัว: บุคคลทุกคนมีสิทธิหักค่าลดหย่อนส่วนตัวได้ 60,000 บาท เงินสมทบกองทุนประกันสังคม (ถ้ามี): สามารถนำเงินสมทบที่จ่ายจริงตลอดทั้งปีมาหักลดหย่อนได้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันสูงสุดไม่เกินปีละ 9,900 บาท การคำนวณรายได้ขั้นต่ำที่ไม่ต้องเสียภาษี จากหลักการข้างต้น สามารถคำนวณเงินเดือนขั้นต่ำที่ทำให้ไม่มีภาระภาษีได้ดังนี้ หักค่าใช้จ่าย: 100,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท […]

เปรียบเทียบอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล!

ในระบบภาษีของประเทศไทย ภาษีเงินได้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งมีอัตราและหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน 1. อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นภาษีที่จัดเก็บจากเงินได้ของบุคคลทั่วไป หรือห้างหุ้นส่วนสามัญและคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล โดยคำนวณตามอัตราภาษีแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) ซึ่งหมายถึงยิ่งมีเงินได้สุทธิมาก อัตราภาษีก็จะยิ่งสูงขึ้น เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี (%) ภาษีสะสมสูงสุดในขั้น (บาท) 0 – 150,000 0 0 150,001 – 300,000 5 7,500 300,001 – 500,000 10 27,500 500,001 – 750,000 15 65,000 750,001 – 1,000,000 20 115,000 1,000,001 – 2,000,000 25 365,000 2,000,001 – […]

ความแตกต่างของใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ vs แบบอย่างย่อ

ในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษี ซึ่งเอกสารนี้มีอยู่ 2 รูปแบบหลัก คือ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป และ ใบกำกับภาษีอย่างย่อ โดยทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป (Full Tax Invoice) เป็นเอกสารหลักที่ใช้สำหรับการซื้อขายทั่วไป ซึ่งผู้ซื้อสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในการขอคืนภาษีซื้อได้ หัวข้อ รายละเอียด ผู้มีสิทธิออก ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทุกรายที่มีการขายสินค้าหรือให้บริการแก่ผู้ซื้อทั่วไป ผู้มีสิทธิรับ ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (นิติบุคคล) และบุคคลทั่วไป ด้านรายละเอียดผู้ซื้อ ต้องระบุข้อมูลของผู้ซื้ออย่างครบถ้วนและถูกต้อง ได้แก่ • ชื่อ-สกุล หรือชื่อบริษัท • ที่อยู่ • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ด้านรายละเอียดสินค้าและบริการ ต้องระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน ได้แก่ • ชื่อ ชนิด ประเภท • จำนวน ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ ด้านจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องระบุภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยแยกจากมูลค่าสินค้าหรือบริการอย่างชัดเจน เช่น • มูลค่าสินค้า: […]

เงินช่วยเหลือค่าโทรศัพท์พนักงานแก่พนักงาน เป็นค่าใช้จ่ายได้

ในมุมมองของกฎหมายภาษี เงินช่วยเหลือค่าโทรศัพท์ที่บริษัทจ่ายให้พนักงานสามารถแบ่งพิจารณาได้เป็น 2 กรณีหลัก ซึ่งมีผลทางภาษีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กรณีที่ 1: เงินค่าโทรศัพท์ที่จ่ายตามจริง (Reimbursement) กรณีนี้คือบริษัทจ่ายเงินคืนให้พนักงานตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงและเกี่ยวข้องกับการทำงานของบริษัท โดยมีเงื่อนไขดังนี้ เงื่อนไขที่กรมสรรพากรยอมรับ: ต้องมีหลักฐานประกอบ: พนักงานต้องนำใบแจ้งหนี้ค่าโทรศัพท์ในนามของพนักงาน มาให้บริษัทเพื่อเบิกจ่าย โดยในใบแจ้งหนี้นั้นต้องมีการระบุรายละเอียดการใช้งาน เช่น หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อ หรือระยะเวลาในการโทรออก เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นการใช้เพื่อกิจการของบริษัทจริง ต้องใช้เพื่อกิจการของบริษัทโดยตรง: ค่าใช้จ่ายดังกล่าวต้องเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของพนักงานตามหน้าที่ เช่น การโทรติดต่อลูกค้า, ติดต่อคู่ค้า, หรือประสานงานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท ต้องมีการบันทึกที่ชัดเจน: บริษัทควรมีระเบียบหรือนโยบายการเบิกจ่ายที่ชัดเจน และควรมีการอนุมัติการเบิกจ่ายจากผู้มีอำนาจ ผลทางภาษี: สำหรับบริษัท: บริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายส่วนนี้มาลงเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ตามจริง ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการและมีสิทธิ์หักได้ สำหรับพนักงาน: เงินค่าโทรศัพท์ที่จ่ายตามจริงในส่วนที่ใช้เพื่อกิจการของบริษัทนี้ “ไม่ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน” เพราะเป็นเพียงการจ่ายคืนเงินที่พนักงานได้สำรองจ่ายไปก่อนหน้านี้เพื่อประโยชน์ของบริษัท ดังนั้นจึงไม่ต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การหักภาษี ณ ที่จ่าย: เมื่อเงินส่วนนี้ไม่ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน บริษัทจึง “ไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย” ของพนักงานแต่อย่างใด กรณีที่ 2: เงินช่วยเหลือค่าโทรศัพท์แบบเหมาจ่าย (Fixed Allowance) กรณีนี้คือบริษัทจ่ายเงินเป็นจำนวนคงที่ให้พนักงานในแต่ละเดือน โดยไม่สนใจว่าพนักงานจะใช้โทรศัพท์มากน้อยแค่ไหน เงื่อนไขที่กรมสรรพากรยอมรับ: […]

เอกสารประกอบค่าน้ำมันรถยนต์ ทำถูกต้อง ถูกใจสรรพากรยอมรับ!

การนำค่าน้ำมันรถยนต์ที่ไม่ได้เป็นของบริษัท มาเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีและภาษีได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรนั้น ต้องมีเอกสารประกอบที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ โดยเอกสารที่สำคัญที่สุดคือ สัญญาเช่ารถยนต์ หรือ หนังสือยินยอมให้ใช้รถยนต์ ซึ่งต้องมีรายละเอียดที่ครบถ้วนดังต่อไปนี้ 1. สัญญาเช่ารถยนต์ ในกรณีที่บริษัทเช่ารถยนต์จากบุคคลภายนอก (เช่น จากพนักงานหรือจากบุคคลอื่น) เพื่อใช้ในกิจการ สัญญาเช่ารถยนต์จะต้องมีรายละเอียดสำคัญดังนี้ ผู้ให้เช่าและผู้เช่า: ระบุชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน โดยผู้เช่าต้องเป็น “บริษัท” รายละเอียดรถยนต์ที่เช่า: ระบุยี่ห้อ รุ่น เลขทะเบียนรถยนต์ และเลขตัวถัง ให้ถูกต้องครบถ้วน ระยะเวลาการเช่า: ระบุวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดสัญญาเช่าอย่างชัดเจน ค่าเช่า: ระบุจำนวนค่าเช่าที่แน่นอนและวิธีการชำระค่าเช่า (เช่น ชำระเป็นรายเดือน) วัตถุประสงค์ในการใช้รถ: ระบุวัตถุประสงค์การใช้รถยนต์เพื่อกิจการของบริษัทโดยเฉพาะ หน้าที่ความรับผิดชอบ: ระบุหน้าที่ความรับผิดชอบของทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่า เช่น ผู้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันและค่าซ่อมบำรุง การอากรแสตมป์: สัญญาเช่ารถยนต์ถือเป็นตราสารตามประมวลรัษฎากร ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย 2. หนังสือยินยอมให้ใช้รถยนต์ ในกรณีที่เจ้าของรถยนต์ (เช่น กรรมการหรือพนักงาน) อนุญาตให้บริษัทนำรถส่วนตัวมาใช้ในกิจการโดยไม่ได้ทำสัญญาเช่าอย่างเป็นทางการ ควรมีการจัดทำ หนังสือยินยอมให้ใช้รถยนต์ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ผู้ยินยอมและผู้รับความยินยอม: ระบุชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของเจ้าของรถ […]

ประเด็นภาษีเกี่ยวกับการจับฉลากของขวัญปีใหม่

ประเด็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับการจับฉลากของขวัญปีใหม่ระหว่างบริษัทและพนักงาน เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อให้การดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายภาษีของประเทศไทย และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งกับบริษัทและพนักงาน โดยหลักแล้ว การให้ของขวัญหรือประโยชน์ใดๆ แก่พนักงาน ถือเป็น “เงินได้พึงประเมิน” ของพนักงาน และเป็น “รายจ่าย” ของบริษัท ซึ่งมีประเด็นภาษีที่เกี่ยวข้องดังนี้: 1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ของพนักงาน) ของขวัญที่พนักงานได้รับจากการจับฉลาก ถือเป็น “เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 (เงินเดือน ค่าจ้าง)” ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร หลักการ: โดยทั่วไป มูลค่าของของขวัญที่ได้รับจะถูกตีเป็นเงินได้และนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงาน การยกเว้น/ผ่อนปรน (ที่พึงระวัง): ธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม: กรมสรรพากรเคยมีแนวปฏิบัติที่ผ่อนปรนสำหรับของขวัญที่ให้ตามธรรมเนียมประเพณี เช่น ของขวัญปีใหม่ หากมี มูลค่าไม่มากนัก และให้เป็นการทั่วไปแก่พนักงานทุกคน (หรือกลุ่มพนักงานที่มีสิทธิ์ตามเกณฑ์ที่กำหนด) อาจถือเป็นเงินได้ที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีได้ แต่การตีความ “ไม่มากนัก” ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนและขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เป็นรายกรณี ของขวัญที่มีมูลค่าเกิน 1,000 บาท: หากของขวัญมีมูลค่าชัดเจนและสูงขึ้นเรื่อยๆ หรือเป็นการให้เฉพาะเจาะจงแก่พนักงานบางราย (เช่น ผู้บริหาร) โอกาสที่จะถูกพิจารณาว่าเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีก็มีสูงขึ้น คูปอง/บัตรกำนัล: หากเป็นบัตรกำนัลที่สามารถนำไปแลกซื้อสินค้า/บริการได้ทันที (ไม่ระบุชื่อ) หรือมีมูลค่าสูง […]

วิธีเช็คสินค้ากิจการ-3 เรื่องที่คนขายต้องรู้ เพื่อรู้เท่าทันสรรพากร!

1.ควรเช็คสินค้าที่ขายดี-สินค้าที่ขายไม่ได้ การจัดการสินค้าคงเหลือ (Inventory Management) เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจที่มีการซื้อมาขายไป การตรวจสอบและวิเคราะห์สินค้าคงเหลืออย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่การนับสต็อก แต่เป็นการทำความเข้าใจพฤติกรรมสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างกำไรสูงสุด และลดความเสี่ยง ทำไมกิจการจึงควรจะต้องเช็คสินค้าคงเหลืออย่างละเอียด? การตรวจสอบสินค้าคงเหลืออย่างละเอียดและสม่ำเสมอมีประโยชน์มหาศาลต่อการบริหารกิจการ ดังนี้: เพื่อรักษากระแสเงินสด (Cash Flow Management): สินค้าคงเหลือคือ “เงินทุน” ที่ถูกตรึงไว้ ยิ่งมีสินค้ามาก เงินทุนยิ่งจม การตรวจสอบช่วยให้เห็นว่าเงินทุนถูกใช้ไปกับสินค้าประเภทใด เพื่อไม่ให้เงินจมมากเกินไป เพื่อควบคุมต้นทุน (Cost Control): สินค้าคงเหลือมีต้นทุนแฝงหลายอย่าง เช่น ค่าคลังสินค้า, ค่าประกันภัย, ค่าเสื่อมสภาพ, ค่าล้าสมัย, ค่าเสียโอกาสที่เงินทุนไปจม การจัดการที่ดีช่วยลดต้นทุนเหล่านี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ (Operational Efficiency): รู้ว่าสินค้าอะไรขาด สินค้าอะไรเกิน ทำให้การสั่งซื้อและการเติมสต็อกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาของขาด หรือของล้น เพื่อวางแผนกลยุทธ์การขายและการตลาด (Sales & Marketing Strategy): ข้อมูลสินค้าคงเหลือช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าและตลาด นำไปสู่การวางแผนส่งเสริมการขาย, การพัฒนาสินค้า, หรือการจัดการโปรโมชั่นที่ตรงจุด เพื่อเพิ่มกำไรและยอดขาย […]

มีกำไรสะสม ไม่อยากจ่ายเงินปันผลต้องทำอย่างไร?

การบริหารจัดการกำไรสะสมของบริษัทเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนภาษี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและบริษัท ในทางปฏิบัติ การที่บริษัทมีกำไรสะสมและตัดสินใจ “ไม่จ่ายเงินปันผล” ถือเป็นกลยุทธ์ทางภาษีและธุรกิจที่นิยมใช้กัน มีหลายแนวทางที่สามารถทำได้ เพื่อให้เงินกำไรสะสมยังคงอยู่ในบริษัท และถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเสียภาษีเงินปันผลในปัจจุบัน เหตุผลที่บริษัทอาจ “ไม่อยากจ่ายเงินปันผล” ก่อนจะไปดูแนวทางปฏิบัติ มาทำความเข้าใจเหตุผลที่บริษัทอาจตัดสินใจไม่จ่ายเงินปันผลก่อน: ต้องการนำกำไรไปลงทุนต่อในกิจการ: เป็นเหตุผลหลัก เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจ (ซื้อสินทรัพย์, สร้างโรงงาน, ลงทุนเทคโนโลยี), วิจัยและพัฒนา, หรือเข้าซื้อกิจการ รักษาสภาพคล่องทางการเงิน: เก็บเงินสดไว้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน, สำรองฉุกเฉิน, หรือเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล หลีกเลี่ยงภาระภาษีเงินปันผลของผู้ถือหุ้น: เงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาได้รับต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (หัก ณ ที่จ่าย 10%) หากยังไม่จ่าย ผู้ถือหุ้นก็ยังไม่ต้องเสียภาษีส่วนนี้ เพิ่มมูลค่ากิจการในระยะยาว: การนำกำไรไปลงทุนต่อและทำให้ธุรกิจเติบโต จะช่วยเพิ่มมูลค่าหุ้นของบริษัทในระยะยาว ซึ่งผู้ถือหุ้นจะได้รับประโยชน์เมื่อมีการขายหุ้น แนวทางในการบริหารจัดการกำไรสะสมเมื่อ “ไม่อยากจ่ายเงินปันผล” เพื่อวางแผนภาษีและประหยัดภาษี เมื่อบริษัทมีกำไรสะสมแต่ไม่ต้องการจ่ายเป็นเงินปันผล มีหลายแนวทางที่สามารถทำได้ โดยแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อควรพิจารณาแตกต่างกันไป: 1. คงกำไรสะสมไว้ในบริษัท (Retained Earnings) เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุด คือการที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติ “ไม่อนุมัติจ่ายเงินปันผล” และคงกำไรสะสมไว้ในงบดุลของบริษัท ประเด็นสำคัญ: วัตถุประสงค์ต้องชัดเจน: บริษัทควรมีเหตุผลที่ชัดเจนในการคงกำไรสะสมไว้ […]