ในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษี ซึ่งเอกสารนี้มีอยู่ 2 รูปแบบหลัก คือ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป และ ใบกำกับภาษีอย่างย่อ โดยทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้
ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป (Full Tax Invoice)
เป็นเอกสารหลักที่ใช้สำหรับการซื้อขายทั่วไป ซึ่งผู้ซื้อสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในการขอคืนภาษีซื้อได้
หัวข้อ |
รายละเอียด |
| ผู้มีสิทธิออก | ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทุกรายที่มีการขายสินค้าหรือให้บริการแก่ผู้ซื้อทั่วไป |
| ผู้มีสิทธิรับ | ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (นิติบุคคล) และบุคคลทั่วไป |
| ด้านรายละเอียดผู้ซื้อ | ต้องระบุข้อมูลของผู้ซื้ออย่างครบถ้วนและถูกต้อง ได้แก่
• ชื่อ-สกุล หรือชื่อบริษัท • ที่อยู่ • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร |
| ด้านรายละเอียดสินค้าและบริการ | ต้องระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน ได้แก่ • ชื่อ ชนิด ประเภท • จำนวน ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ |
| ด้านจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม | ต้องระบุภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยแยกจากมูลค่าสินค้าหรือบริการอย่างชัดเจน เช่น • มูลค่าสินค้า: 1,000 บาท • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (7%): 70 บาท • มูลค่ารวม: 1,070 บาท |
| ด้านการคำนวณภาษี | ใช้เพื่อคำนวณภาษีซื้อในการยื่นแบบ ภ.พ.30 เพื่อหักออกจากภาษีขาย และหากภาษีซื้อสูงกว่าภาษีขาย ผู้ประกอบการมีสิทธิขอคืนภาษีได้ |
| การใช้ประโยชน์ | ใช้เป็นเอกสารยืนยันการซื้อขายที่ถูกต้องตามกฎหมาย และใช้เป็นหลักฐานในการขอคืนภาษีซื้อ หรือนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ |



ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (Abbreviated Tax Invoice)
เป็นเอกสารที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกและรวดเร็วสำหรับกิจการที่มีการขายปลีกเป็นจำนวนมาก โดยมีข้อจำกัดในการใช้งานมากกว่า
หัวข้อ |
รายละเอียด |
| ผู้มีสิทธิออก | ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ประกอบกิจการ ขายปลีก หรือให้บริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก เช่น
• ห้างสรรพสินค้า • ร้านค้าสะดวกซื้อ • โรงภาพยนตร์ • ร้านอาหาร • ปั๊มน้ำมัน (สามารถเลือกออกได้ทั้งสองแบบ) |
| ผู้มีสิทธิรับ | บุคคลทั่วไปที่ซื้อสินค้าหรือบริการเป็นประจำ ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการขอคืนภาษีซื้อได้ |
| ด้านรายละเอียดผู้ซื้อ | ไม่ต้องระบุข้อมูลของผู้ซื้อ แต่สามารถระบุได้ในกรณีที่ผู้ซื้อต้องการ |
| ด้านรายละเอียดสินค้าและบริการ | สามารถระบุรายการสินค้าเป็นรหัสสินค้าได้ แต่ต้องสามารถตรวจสอบได้จากรหัสว่าคือสินค้าอะไร |
| ด้านจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม | สามารถระบุภาษีมูลค่าเพิ่มรวมอยู่ในราคาสินค้าได้ โดยไม่ต้องแยกออกจากมูลค่าสินค้า (สามารถเลือกแสดงภาษีแบบแยกได้เช่นกัน) |
| ด้านการคำนวณภาษี | ผู้ซื้อไม่สามารถนำไปใช้เพื่อคำนวณภาษีซื้อได้ แต่ผู้ขายยังคงมีหน้าที่ต้องนำภาษีที่ได้รับจากใบกำกับภาษีอย่างย่อไปคำนวณภาษีขายเพื่อยื่นแบบ ภ.พ.30 ตามปกติ |
| การใช้ประโยชน์ | ใช้เป็นหลักฐานการซื้อขายที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับผู้ขาย และใช้เป็นหลักฐานยืนยันการซื้อสินค้าสำหรับผู้ซื้อทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในการขอคืนภาษีซื้อได้ |


ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างที่สำคัญ
หัวข้อ |
ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป |
ใบกำกับภาษีอย่างย่อ |
| ผู้มีสิทธิออก | ผู้ประกอบการจดทะเบียนทุกราย | เฉพาะผู้ประกอบการขายปลีกเท่านั้น |
| ข้อมูลผู้ซื้อ | ต้องระบุชื่อ ที่อยู่ เลขผู้เสียภาษี | ไม่ต้องระบุ (ระบุได้ถ้าต้องการ) |
| การแยก VAT | ต้องแยกออกจากราคาสินค้าอย่างชัดเจน | สามารถรวมอยู่ในราคาสินค้าได้ |
| การขอคืนภาษีซื้อ | สามารถใช้ขอคืนภาษีซื้อได้ | ไม่สามารถใช้ขอคืนภาษีซื้อได้ |
| ความละเอียดของรายการ | ต้องระบุรายละเอียดสินค้าครบถ้วน | สามารถระบุเป็นรหัสสินค้าได้ |
| ตัวอย่างการใช้ | ซื้อสินค้าจากร้านค้าส่ง, ซื้อเครื่องใช้สำนักงาน | ซื้อของจาก 7-Eleven, เติมน้ำมันที่ปั๊ม |
ติดต่อ AccProTax ได้เลยวันนี้
AccProTax พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการจดทะเบียนแบบครบวงจร
ฟรี! ให้คำแนะนำเบื้องต้น
มีแพ็กเกจรายเดือน ปิดงบ รายปี
ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจริง พร้อมให้บริการธุรกิจ SME ทุกประเภท
ฟรีคำปรึกษาเบื้องต้น
ดูแลเอกสารให้ครบ จดเสร็จในไม่กี่วัน
อีเมล: accprotax@gmail.com
โทร: 02-124-3062
LineOA: @accprotax








