ประเด็นทางภาษีสำหรับค่าขนส่ง และค่าบริการ แตกต่างกันอย่างไร

ประเด็นทางภาษีสำหรับค่าขนส่ง และค่าบริการ แตกต่างกันอย่างไรสำหรับผู้ประกอบการที่ให้บริการขนส่ง ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) เพื่อจะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ซึ่งมีรายละเอียดที่แตกต่างกันระหว่างการให้บริการขนส่งอย่างเดียวกับการให้บริการขนส่งที่พ่วงการบริการอื่น 1. ค่าขนส่งอย่างเดียว การให้บริการขนส่งอย่างเดียว หมายถึงการรับขนสินค้าจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งโดยไม่มีบริการอื่นใดเพิ่มเติม เช่น บริการรับ-ส่งสินค้า, การขนย้ายเครื่องจักร ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): ตามมาตรา 81(1)(ฌ) แห่งประมวลรัษฎากร การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น ผู้ประกอบการไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากลูกค้าสำหรับค่าขนส่งในประเทศ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax): โดยหลักการแล้ว ไม่มีข้อกำหนดให้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับค่าขนส่ง อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นหากผู้ให้บริการขนส่งมีการจัดตั้งในรูปของห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% 2. ค่าขนส่งที่พ่วงการบริการอื่น การให้บริการในลักษณะนี้จะรวมเอาบริการขนส่งเข้ากับบริการอื่น ๆ เช่น การขนส่งพร้อมติดตั้ง, การขนส่งพร้อมประกอบ, หรือการขนส่งพร้อมจัดเก็บสินค้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): […]
ธุรกิจขนส่งโดยไม่มีรถตัวเอง ถือเป็นธุรกิจขนส่งได้

ธุรกิจขนส่งโดยไม่มีรถตัวเอง ถือเป็นธุรกิจขนส่งได้ กรณีบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ประกอบธุรกิจขนส่ง แต่ไม่มีรถขนส่งเป็นของตัวเอง และไม่มีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ยังถือเป็นผู้ประกอบการขนส่งตามหลักประมวลรัษฎากรได้ และมีหน้าที่ทางภาษีที่ต้องปฏิบัติตาม ดังนี้ การเป็นผู้ประกอบการขนส่งตามหลักประมวลรัษฎากร คำจำกัดความ: กรมสรรพากรพิจารณาการเป็น “ผู้ประกอบการขนส่ง” ตามลักษณะการให้บริการ ไม่ใช่ตามการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ (รถขนส่ง) หรือการมีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง หลักการ: หากบริษัทของคุณรับงานขนส่งและทำสัญญากับลูกค้าโดยตรง ถือว่าคุณเป็น ผู้ให้บริการขนส่ง และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย แม้ว่าจะใช้รถที่เช่ามาหรือยืมมาก็ตาม การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เงื่อนไข: ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 81(1)(ฌ) การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรจะได้รับการ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ข้อกำหนด: ต้องเป็นการขนส่ง เพื่อการขนส่งโดยตรง เช่น ขนส่งสินค้าจากจุด A ไปยังจุด B ไม่รวมถึงการให้บริการขนส่งที่เป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการอื่น เช่น การขนส่งสินค้าพร้อมกับการติดตั้ง สรุป: หากบริษัทของคุณให้บริการขนส่งสินค้าโดยตรงให้กับลูกค้า การให้บริการนั้นจะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้า การหักภาษี ณ ที่จ่าย ค่าบริการขนส่ง: การจ่ายค่าบริการขนส่งให้บุคคลธรรมดา ไม่มีข้อกำหนดให้ต้องหักภาษี […]
แบบคำขออนุมัติใช้ “เครื่องบันทึกการเก็บเงิน” ภ.พ.06

แบบคำขออนุมัติใช้ “เครื่องบันทึกการเก็บเงิน” ภ.พ.06 เป็นการขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน หรือเครื่องคิดเงิน (Cash Register) เป็นขั้นตอนที่สำคัญ สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อให้สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้อย่างถูกต้อง โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. คำขออนุมัติเครื่องบันทึกการเก็บเงิน (แบบ ภ.พ.06) แบบ ภ.พ.06 คือ “แบบคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน” ซึ่งเป็นเอกสารที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ต้องยื่นต่อกรมสรรพากรเพื่อขออนุมัติ วัตถุประสงค์: เพื่อขออนุญาตใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินแทนการออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปสำหรับกิจการค้าปลีกที่มีลูกค้าจำนวนมาก คุณสมบัติผู้ยื่นคำขอ: ต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีลักษณะการประกอบกิจการค้าปลีกหรือให้บริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก 2. เอกสารประกอบการยื่นคำขอแบบ ภ.พ.06 การยื่นคำขออนุมัติจะต้องมีเอกสารประกอบที่ครบถ้วน ดังนี้: คำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (ภ.พ.06) ใบแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องบันทึกการเก็บเงิน: ยี่ห้อ, รุ่น, หมายเลขเครื่อง โปรแกรมที่ใช้ และวิธีการทำงานของเครื่อง ตัวอย่างใบกำกับภาษีอย่างย่อที่เครื่องจะพิมพ์ออกมาได้ แผนที่แสดงที่ตั้งสถานประกอบการโดยสังเขป เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการเช่าสถานประกอบการ หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบ 3. สถานที่ยื่นคำขอ สามารถยื่นคำขอได้ที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ สามารถยื่นคำขอได้ที่ สำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ กรณีเป็นผู้ประกอบการภายใต้การกำกับดูแลของสำนักบริหารธุรกิจขนาดใหญ่ 4. […]
การบริจาค การกุศลสาธารณะ บริจาคอย่างไร ได้บุญ ได้ลดหย่อนถูกใจสรรพากร

การบริจาค การกุศลสาธารณะ ได้บุญและได้ลดหย่อนถูกใจสรรพากร เป็นหลักการบริจาคที่ถูกต้องตามกฎหมายของกรมสรรพากร เพื่อการบริจาคเพื่อการกุศลสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด การบริจาคแต่ละประเภทมีอัตราการหักลดหย่อนที่แตกต่างกันไป ดังนี้ 1. การบริจาคเพื่อการศึกษา 🏫 การบริจาคเพื่อการศึกษาเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สำคัญ เพราะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มที่ อัตราการหักลดหย่อน: หักได้ 2 เท่า ของจำนวนเงินที่บริจาคจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน คุณสมบัติของผู้รับบริจาค: สถานศึกษาของรัฐ, เอกชน, หรือองค์การการศึกษาที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย โรงเรียน, วิทยาลัย, มหาวิทยาลัย, และสถาบันการศึกษาอื่นๆ ที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ต้องเป็นการบริจาคเพื่อใช้ในการจัดการศึกษา, การกีฬา, การพัฒนาบุคลากร, หรือการสร้างอาคารสถานที่เพื่อการศึกษา เอกสารที่ต้องใช้: ใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการบริจาคจากสถานศึกษาที่ระบุชื่อ-นามสกุล, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, ที่อยู่, และจำนวนเงินที่บริจาคอย่างชัดเจน 2. การบริจาคเพื่อการกีฬา 🥇 การบริจาคเพื่อการกีฬาจะได้รับสิทธิพิเศษคล้ายคลึงกับการบริจาคเพื่อการศึกษา อัตราการหักลดหย่อน: หักได้ 2 เท่า ของจำนวนเงินที่บริจาคจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน คุณสมบัติของผู้รับบริจาค: สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง กองทุนหรือองค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมกีฬาและการออกกำลังกาย เอกสารที่ต้องใช้: […]
ขั้นตอนการปิดงบการเงิน เพื่อส่งงบการเงินต่อทางการ (DBD+Rd)

ขั้นตอนการปิดงบการเงิน เพื่อส่งงบการเงินต่อทางการ (DBD+Rd) ของการปิดงบการเงิน เป็นกระบวนการสำคัญที่นักบัญชีต้องดำเนินการทุกสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี (โดยปกติคือทุกปี) เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัท ซึ่งต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและเป็นระบบ โดยมีขั้นตอนการปิดงบการเงินหลักๆ มีดังนี้ 1. ตรวจสอบและรวบรวมเอกสารประกอบการลงบัญชี ขั้นตอนนี้คือการตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้องของเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินของบริษัทในรอบปีนั้นๆ เอกสารที่ต้องใช้: ใบเสร็จรับเงิน, ใบกำกับภาษี, สัญญาต่างๆ, ใบแจ้งหนี้, ใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ), รายการเดินบัญชี (Bank Statement) และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์: เพื่อให้แน่ใจว่าทุกรายการได้ถูกบันทึกในสมุดบัญชีอย่างครบถ้วนและมีหลักฐานประกอบที่ถูกต้อง 2. การปรับปรุงรายการบัญชี เมื่อรวบรวมเอกสารครบถ้วนแล้ว นักบัญชีต้องปรับปรุงรายการบัญชีเพื่อให้งบการเงินสะท้อนฐานะที่แท้จริงของบริษัทในวันสิ้นงวด รายการที่ต้องปรับปรุง: ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accrued Expenses): ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน เช่น เงินเดือนพนักงาน, ค่าสาธารณูปโภคที่ค้างจ่าย รายได้ค้างรับ (Accrued Revenues): รายได้ที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน เช่น ค่าบริการที่ทำสำเร็จแล้วแต่ยังไม่ได้เรียกเก็บ ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Expenses): ค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปก่อนแต่เป็นของงวดบัญชีถัดไป เช่น ค่าเช่าที่จ่ายล่วงหน้า รายได้รับล่วงหน้า […]
จ่ายเงินเดือนพนักงาน ต้องหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อย่างไร?

พนักงานเงินเดือนประจำมีเงินได้จากค่าจ้างซึ่งถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร การคำนวณภาษีสำหรับเงินได้ประเภทนี้จะใช้วิธี “หักตามอัตราภาษีก้าวหน้า” อัตราภาษีก้าวหน้า (Progressive Tax Rate) คืออะไร? อัตราภาษีก้าวหน้า คือ ระบบการจัดเก็บภาษีที่กำหนดให้อัตราภาษีจะเพิ่มสูงขึ้นตามระดับเงินได้ที่เพิ่มขึ้น พูดง่ายๆ คือ ยิ่งมีรายได้สุทธิมากเท่าไหร่ ก็จะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นเท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นธรรมทางสังคมและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปัจจุบันมีดังนี้: เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี (%) ภาษีสะสมสูงสุดในขั้น (บาท) 0 – 150,000 0 0 150,001 – 300,000 5 7,500 300,001 – 500,000 10 27,500 500,001 – 750,000 15 65,000 750,001 – 1,000,000 20 115,000 1,000,001 – 2,000,000 […]
กรรมการ หรือนายจ้าง มีสิทธิเข้าระบบประกันสังคม หรือไม่?

กรรมการ หรือนายจ้าง มีสิทธิเข้าระบบประกันสังคม หรือไม่? สำหรับระบบประกันสังคมของไทยแล้ว ปกติกรรมการและนายจ้างไม่มีสิทธิเข้าระบบประกันสังคม ในฐานะ “ลูกจ้าง” ตามกฎหมาย แต่ในบางกรณี ผู้เป็นกรรมการหรือนายจ้างก็สามารถเป็นผู้ประกันตนได้ในฐานะอื่นที่ไม่ใช่ลูกจ้าง ความหมายของนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายประกันสังคม ลูกจ้าง: คือผู้ที่ทำงานให้นายจ้างโดยได้รับค่าจ้างเป็นประจำและอยู่ภายใต้อำนาจบังคับบัญชาของนายจ้าง นายจ้าง: คือผู้ที่มีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างที่ทำงานให้ ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีอำนาจบังคับบัญชาลูกจ้างนั้นด้วย กรณีพนักงานที่เคยเป็นลูกจ้างมาก่อนแล้วเปลี่ยนเป็นนายจ้าง หากพนักงานที่เคยเป็นลูกจ้างในระบบประกันสังคมมาก่อน แล้วต่อมาได้เปลี่ยนสถานะเป็นนายจ้าง (เช่น เป็นเจ้าของกิจการหรือผู้บริหารสูงสุด) บุคคลนั้นจะ “สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง” ในทันทีที่เปลี่ยนสถานะ การแจ้งต่อสำนักงานประกันสังคม: นายจ้างจะต้องแจ้งการสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของบุคคลนั้นต่อสำนักงานประกันสังคมด้วย แบบฟอร์ม สปส. 6-09 ภายใน 15 วัน นับจากวันที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง บทลงโทษ: หากไม่แจ้งออกจากระบบประกันสังคมให้ถูกต้องและยังคงจ่ายเงินสมทบต่อไป บุคคลนั้นจะ “ไม่สามารถรับสิทธิประโยชน์ใดๆ จากกองทุนประกันสังคมได้” ในช่วงเวลาที่จ่ายเงินสมทบผิดสถานะ และเงินที่จ่ายไปจะถูกบันทึกเป็นเงินสมทบที่ชำระเกินไปเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเป็นสิทธิประโยชน์ได้ ลูกจ้างในระบบประกันสังคมก่อนปี 2550 กรณีลูกจ้างที่เคยอยู่ในระบบประกันสังคมก่อนปี 2550 แล้วต่อมาได้เปลี่ยนสถานะเป็นนายจ้าง (ไม่ใช่ลูกจ้าง) และยังคงจ่ายเงินสมทบต่อไป กฎหมายประกันสังคมในขณะนั้นยังไม่มีบทบัญญัติที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ทำให้มีผู้ที่อยู่ในระบบต่อมาได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ หากเปลี่ยนสถานะเป็นนายจ้าง จะไม่สามารถอยู่ในระบบประกันสังคมได้ในฐานะลูกจ้าง […]
ใช้คอนโด จด VAT ได้ โดยมีเงื่อนไข ให้สรรพากรยอมรับได้

การขอใช้คอนโดมิเนียมเป็นสถานประกอบการเพื่อจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สามารถทำได้ภายใต้เงื่อนไขที่กรมสรรพากรยอมรับ ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องเตรียมการอย่างรอบคอบ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างราบรื่น 1. คุณสมบัติและเงื่อนไขที่สรรพากรยอมรับ การใช้คอนโดเป็นสถานประกอบการจะได้รับการยอมรับจากสรรพากร หากเข้าเงื่อนไขหลักดังนี้: กรรมสิทธิ์ในคอนโด: กรณีเป็นเจ้าของเอง: ต้องมีชื่อผู้ประกอบการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดห้องชุด กรณีเช่าจากเจ้าของ: ต้องมีสัญญาเช่าที่ระบุว่าอนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการ ลักษณะธุรกิจ: ธุรกิจบริการ: เหมาะสมที่สุด เช่น ที่ปรึกษา, นักบัญชี, การตลาดออนไลน์, โปรแกรมเมอร์, หรือธุรกิจที่ไม่มีการสต็อกสินค้าและลูกค้าไม่ได้เข้ามาใช้บริการ ณ สถานที่นั้นโดยตรง ธุรกิจค้าขาย: ต้องไม่มีหน้าร้านที่ลูกค้าเข้ามาติดต่อเพื่อซื้อขายสินค้าโดยตรง หรือมีการสต็อกสินค้าในปริมาณมากจนผิดสังเกต หนังสือยินยอมให้ใช้สถานประกอบการ: ต้องได้รับความยินยอมจากนิติบุคคลอาคารชุด: กรมสรรพากรจะพิจารณาคำขอจากนิติบุคคลอาคารชุดที่อนุญาตให้ใช้ห้องชุดเพื่อประกอบกิจการได้ (ซึ่งอาจมีข้อจำกัดตามกฎข้อบังคับของแต่ละคอนโด) ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของห้องชุด: หากผู้จด VAT ไม่ใช่เจ้าของเอง ต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้ห้องชุดเพื่อประกอบการจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่มีข้อห้ามตามกฎหมาย: การใช้คอนโดเป็นสำนักงานต้องไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด และข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดนั้นๆ 2. เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียน VAT ในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสถานประกอบการดังนี้: สำเนาทะเบียนบ้านของห้องชุด ที่ใช้เป็นสถานประกอบการ แผนที่ตั้งโดยสังเขป พร้อมระบุที่อยู่และเส้นทางไปยังคอนโดอย่างชัดเจน รูปถ่ายสถานประกอบการ: รูปถ่ายภายในและภายนอกห้องชุดที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะการใช้งานจริง เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด: กรณีเป็นเจ้าของ: สำเนาโฉนดห้องชุด (อ.ช.2) […]
สรุปขั้นตอนปิดกิจการ (เลิกบริษัท/หจก.) ต้องทำอย่างไรบ้าง

การจดทะเบียนเลิกบริษัท เป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบกับหน่วยงานราชการ 3 แห่ง ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้การยุติกิจการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขั้นตอนการจดทะเบียนเลิกบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น: ต้องมีมติพิเศษจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เลิกบริษัท โดยต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนหุ้นที่เข้าประชุม ที่ประชุมต้องแต่งตั้ง ผู้ชำระบัญชี ซึ่งอาจเป็นกรรมการบริษัทหรือบุคคลภายนอกก็ได้ เพื่อทำหน้าที่รวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้สิน และแบ่งคืนทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น จดทะเบียนเลิกบริษัท: ผู้ชำระบัญชีต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกบริษัท พร้อมกับมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ภายใน 14 วัน นับจากวันที่ลงมติเลิกบริษัท ยื่นเอกสารที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่บริษัทตั้งอยู่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะประกาศการเลิกบริษัทในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้เจ้าหนี้ทราบ ขั้นตอนการจดทะเบียนเลิกบริษัทต่อกรมสรรพากร แจ้งเลิกประกอบกิจการ: ผู้ชำระบัญชีต้องแจ้งเลิกประกอบกิจการต่อกรมสรรพากรภายใน 15 วัน นับจากวันที่เลิกกิจการ โดยยื่นแบบ ภ.พ.09 (สำหรับบริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) และแบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ชำระภาษีอากร: ผู้ชำระบัญชีต้องทำงบการเงิน ณ วันเลิกกิจการ และจัดทำงบชำระบัญชีทั้งหมดจนเสร็จสิ้น ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมทั้งงบการเงินและงบชำระบัญชีทั้งหมด และชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล (ถ้ามี) ยื่นแบบภาษีอื่นๆ: […]
ติดอากรแสตมป์ ยังไง -ได้ถูกต้องตรงใจสรรพากร

อากรแสตมป์ คืออะไร? อากรแสตมป์ คือ ภาษีอากรประเภทหนึ่งที่เรียกเก็บจากการทำตราสาร (เอกสาร) 13 ประเภทตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักฐานว่าตราสารนั้นได้เกิดขึ้นและมีความสมบูรณ์ทางกฎหมายแล้ว การที่เอกสารไม่ติดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องตามกฎหมายจะทำให้เอกสารนั้นไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้ ตราสารที่ต้องติดอากรแสตมป์ตามกฎหมายภาษี ตามประมวลรัษฎากร ได้กำหนดให้ตราสาร 28 ประเภทต้องเสียอากรแสตมป์ แต่ปัจจุบันมีเหลืออยู่ 13 ประเภท ที่ยังคงต้องเสียอากรแสตมป์ ได้แก่: เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ โอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตร และใบรับรองหนี้ เช่าซื้อทรัพย์สิน จ้างทำของ กู้ยืมเงินหรือการเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร กรมธรรม์ประกันภัย ใบมอบอำนาจ ใบมอบฉันทะสำหรับให้ลงมติในที่ประชุมบริษัท ตั๋วแลกเงินหรือตราสารทำนองเดียวกับที่ใช้อย่างตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตราสารทำนองเดียวกับที่ใช้อย่างตั๋วสัญญาใช้เงิน ใบรับ ค้ำประกัน จำนำ กรณีหนังสือสัญญาที่ปรึกษาทางธุรกิจ หรือสัญญาจ้างทำของ สัญญาที่ปรึกษาทางธุรกิจ: โดยทั่วไปถือเป็น สัญญาจ้างทำของ เนื่องจากผู้ว่าจ้างต้องการผลสำเร็จของงานเป็นหลัก เช่น ผลการวิเคราะห์ตลาด รายงานแผนธุรกิจ หรือคำแนะนำเฉพาะทาง สัญญาจ้างทำของ: เป็นหนึ่งในตราสารที่กฎหมายกำหนดให้ต้องติดอากรแสตมป์ โดยหมายถึงการที่บุคคลหนึ่งตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และบุคคลอีกคนหนึ่งยอมจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการงานที่ทำนั้น ดังนั้น หนังสือสัญญาที่ปรึกษาทางธุรกิจ […]