ธุรกิจยกเว้น VAT แยกให้ถูกประเภท

ธุรกิจยกเว้น VAT แยกให้ถูกประเภท โดยธุรกิจที่ได้รับการ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในประเทศไทย เป็นธุรกิจที่กฎหมายกำหนดไว้ตามมาตรา 81 แห่งประมวลรัษฎากร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาระภาษีสำหรับสินค้าและบริการพื้นฐานที่จำเป็นต่อการครองชีพ สวัสดิการสังคม การเงิน และธุรกิจขนาดเล็ก การยกเว้น VAT หมายถึง ธุรกิจนั้น ไม่ต้องเรียกเก็บ VAT จากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ และที่สำคัญคือ ไม่สามารถขอคืนภาษีซื้อ ที่เกิดขึ้นจากต้นทุนของกิจการได้ 1. การยกเว้นตามเกณฑ์รายได้ (ธุรกิจขนาดเล็ก) นี่คือการยกเว้นที่พบบ่อยที่สุดและครอบคลุมธุรกิจทั่วไป: รายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี: ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ได้รับการยกเว้นจากการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ข้อควรระวัง: หากมีรายรับเกินเกณฑ์นี้ ต้องยื่นจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ มิฉะนั้นจะมีความผิดทางกฎหมาย 2. การยกเว้นสำหรับสินค้าเกษตรและสินค้าพื้นฐาน กลุ่มนี้เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสี่และการผลิตขั้นต้น: ผลผลิตทางการเกษตร: เช่น ข้าว, พืช, ผัก, ผลไม้, เนื้อสัตว์ (ไม่แปรรูป) ที่ได้จากการทำนา […]

ธุรกิจ SME เสียภาษีอย่างไร?

ธุรกิจ SME เสียภาษีอย่างไร

การเสียภาษีถือเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญของ ธุรกิจ SME ทุกขนาด ตั้งแต่ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ไปจนถึงร้านค้าปลีกขนาดเล็ก แม้รายได้ยังไม่สูง แต่เมื่อถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ธุรกิจ SME จำเป็นต้องยื่นและชำระภาษีอย่างถูกต้อง การ วางแผนภาษี จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยให้เจ้าของธุรกิจ SMEสามารถบริหารสภาพคล่อง ลดความเสี่ยงจากการตรวจสอบ สรรพากร และหลีกเลี่ยงการเกิด ภาษีย้อนหลัง ทำไม ธุรกิจ SME ต้องเสียภาษี สำหรับ ธุรกิจ SME การเสียภาษีไม่ใช่แค่การจ่ายเงินออกไป แต่เป็นหัวใจในกระบวนการที่ช่วยให้ธุรกิจอยู่ในระบบและถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าหากไม่ทำความเข้าใจหรือไม่ได้ วางแผนภาษี อยางถูกต้อง อาจนำไปสู่การถูกตรวจสอบจาก สรรพากร หรือแม้แต่เกิดค่าปรับ ภาษีย้อนหลัง การรู้ว่าเมื่อไรควรยื่นภาษี ช่วยให้ธุรกิจ SME ป้องกันความเสี่ยงและสามารถบริหารจัดการรายได้ได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งการจัดการทางด้านภาษีอย่างถูกต้องนั้น ยังช่วยเป็นหลักฐานที่ยืนยันความน่าเชื่อถือของธุรกิจ หากมีความต้องการที่จะต้องทำธุรกรรม ซื้อ กู้ ต่าง ๆ ก็จะช่วยทำให้การดำเนินการเหล่านี้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น นับเป็นข้อดีที่ธุรกิจ SME ต่าง ๆ ควรพิจารณาและทำความเข้าใจเพื่อการปฏิบัติอย่างถูกต้องและได้รับผลดีควบคู่กัน โครงสร้างภาษีสำหรับ […]

ข้อกำหนดตราประทับบริษัท-หจก.

ข้อกำหนดตราประทับบริษัท-หจก. ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กำหนดลักษณะต้องห้ามของตราประทับ (ตรายาง) ของบริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้มีความเหมาะสม เป็นทางการ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดี นี่คือรายละเอียดของลักษณะต้องห้ามหลัก ๆ ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา: 1. ลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ลักษณะต้องห้ามที่ขัดต่อกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่: 1.1 ตราประทับที่มีพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และพระราชลัญจกร: ห้ามใช้พระบรมฉายาลักษณ์ พระนาม หรือสัญลักษณ์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์โดยไม่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต 1.2 ตราแผ่นดินและเครื่องหมายราชการ: ห้ามใช้ตราแผ่นดิน ตราประจำกระทรวง ทบวง กรม หรือเครื่องหมายราชการอื่น ๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานนั้น ๆ 1.3 ธงชาติหรือธงต่างประเทศ: ห้ามใช้ธงชาติไทย หรือธงชาติของประเทศอื่น ๆ เป็นองค์ประกอบหลักของตราประทับ 1.4 เครื่องหมายกาชาด สัญลักษณ์แห่งชาติ และเครื่องหมายขององค์การระหว่างประเทศ: ห้ามใช้เครื่องหมายกาชาด สัญลักษณ์ขององค์การสหประชาชาติ (UN) หรือสัญลักษณ์อื่น ๆ ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายหรืออนุสัญญา 1.5 เหรียญตรา เครื่องราชอิสริยาภรณ์: […]

จ่ายเงินเดือนกรรมการ ให้เหมาะสมอย่างไร

จ่ายเงินเดือนกรรมการ ให้เหมาะสมอย่างไรให้เหมาะสม มี 4 หลักสำคัญในการพิจารณาที่เกี่ยวข้องสำหรับการจ่ายเงินเดือนกรรมการ ดังนี้ กำหนดเงินเดือน หรือค่าตอบแทน อย่างไรให้เหมาะสม พิจารณาการขึ้นประกันสังคม ได้หรือไม่ เงินเดือนกรรมการ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย อย่างไร การทำเอกสารประกอบการจ่ายเงิน ให้ถูกต้องอย่างไร การกำหนดเงินเดือนกรรมการให้เหมาะสมและสามารถนำมาถือเป็นรายจ่ายทางภาษีของบริษัทได้โดยไม่ถูกปฏิเสธตาม มาตรา 65 ตรี (8) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งในแง่ของกฎหมายภาษีและหลักการของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หัวใจสำคัญคือการพิสูจน์ให้กรมสรรพากรเห็นว่ารายจ่ายเงินเดือนนั้นเป็น “รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว หรือการให้โดยเสน่หา” หรือไม่ และเป็นรายจ่ายที่ “สมควร” และ “เป็นไปเพื่อประโยชน์ของกิจการ” อย่างแท้จริง 1. หลักการทางภาษี: มาตรา 65 ตรี (8) มาตรา 65 ตรี (8) แห่งประมวลรัษฎากร ห้ามมิให้นำรายจ่ายต่อไปนี้มาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ: “รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ หรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด” กรมสรรพากรจะใช้มาตรานี้ในการพิจารณาเงินเดือนกรรมการที่สูงเกินจริง (Excessive Remuneration) […]

สาเหตุขายได้ดี แต่เงินสดไม่มี

สาเหตุยอดขายดี แต่เงินสดไม่มีในกิจการกลับไม่พอใช้ เป็นปัญหาที่พบบ่อยสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะไม่มีการบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง แต่ยังมีสาเหตุเชิงลึกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกระแสเงินสดโดยตรง ทำไมการไม่มีการบันทึกบัญชีที่ถูกต้องจึงทำให้เงินสดขาดมือ? การไม่มีการบันทึกบัญชีที่ถูกต้องเหมือนกับการที่คุณขับรถโดยไม่มีมาตรวัดความเร็วและน้ำมัน คุณจะรู้ว่าคุณกำลังเคลื่อนที่ (ยอดขายดี) แต่คุณไม่รู้ว่าคุณกำลังใช้จ่ายเชื้อเพลิงไปเท่าไร (ค่าใช้จ่าย) และมีเชื้อเพลิงเหลืออยู่แค่ไหน (เงินสดคงเหลือ) ไม่รู้ต้นทุนที่แท้จริง: หากไม่ได้บันทึกค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างถูกต้อง คุณอาจคิดว่ากำไรของคุณสูงกว่าที่เป็นจริง ทำให้คุณใช้จ่ายเกินตัว ไม่เห็นภาพรวม: การไม่บันทึกบัญชีทำให้คุณมองไม่เห็นภาพรวมของสุขภาพทางการเงินของกิจการ คุณอาจไม่รู้ว่าเงินไปอยู่ตรงไหนบ้าง และไม่สามารถวางแผนการใช้จ่ายในอนาคตได้ สาเหตุหลักที่ทำให้ยอดขายดีแต่เงินสดขาดมือ นอกเหนือจากการไม่มีการบันทึกบัญชีที่ถูกต้องแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เงินสดในกิจการไม่เพียงพอต่อการดำเนินงาน 1. การจัดการหนี้สินและลูกหนี้การค้าที่ไม่ดี หนี้สินที่ต้องชำระทันที: กิจการอาจมีภาระหนี้สินระยะสั้นที่ต้องชำระคืนในจำนวนมาก ทำให้เงินสดที่เข้ามาถูกนำไปใช้หนี้ทันทีจนหมด ลูกหนี้การค้าที่เก็บเงินไม่ได้: การขายสินค้าหรือบริการแบบเครดิตจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากลูกค้าจ่ายเงินล่าช้าหรือไม่จ่ายเลย ทำให้รายได้ที่ควรจะเป็นเงินสดกลับไปอยู่ในรูปของ “ลูกหนี้” แทน 2. ต้นทุนจม (Sunk Cost) ที่ไม่ถูกบริหารจัดการ สินค้าคงคลังที่มากเกินไป: การสต็อกสินค้าไว้จำนวนมาก ทำให้เงินสดถูกแช่แข็งอยู่ในรูปของสินค้าที่ยังขายไม่ได้ ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนจมถ้าสินค้าขายไม่ได้ การลงทุนในทรัพย์สินถาวรที่ไม่จำเป็น: การซื้อเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ขนาดใหญ่เกินความจำเป็น ทำให้เงินสดจำนวนมหาศาลถูกนำไปใช้ในสิ่งที่อาจสร้างรายได้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน 3. อัตรากำไรที่ต่ำกว่าที่คิด ค่าใช้จ่ายแฝง: กิจการอาจมีค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่ถูกบันทึกอย่างถูกต้อง เช่น ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเครื่องจักร […]

ก่อสร้างอาคารบทที่ดินของกรรมการ ประเด็นภาษีควรวางแผน

ก่อสร้างอาคารบทที่ดินของกรรมการ ประเด็นภาษีควรวางแผน เมื่อบริษัทออกค่าใช้จ่ายในการสร้างอาคารบนที่ดินของกรรมการบริษัท จะเกิดประเด็นทางภาษีและกรรมสิทธิ์ที่ซับซ้อนขึ้นมา ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ สิทธิในการใช้ภาษีซื้อ บริษัท ไม่สามารถ ใช้ภาษีซื้อจากการก่อสร้างอาคารได้ เนื่องจากตามประมวลรัษฎากร ภาษีซื้อที่สามารถนำมาหักได้ต้องเป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของบริษัท และทรัพย์สินที่ก่อสร้างนั้นต้องเป็นของบริษัท แต่ในกรณีนี้ กรรมสิทธิ์ในอาคารจะตกเป็นของเจ้าของที่ดิน คือกรรมการบริษัท ทำให้บริษัทไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างมาใช้เป็นภาษีซื้อได้ หากบริษัทพยายามใช้ภาษีซื้อนี้ อาจถูกกรมสรรพากรตรวจสอบและถูกปฏิเสธการขอคืนภาษีซื้อได้ นอกจากนี้ยังอาจถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มและเบี้ยปรับอีกด้วย กรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้าง โดยหลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สิ่งปลูกสร้างจะถือว่าเป็นส่วนควบของที่ดิน โดยเป็นไปตามมาตรา 144 และมาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งระบุว่า: มาตรา 144: “ส่วนควบของทรัพย์ หมายความว่า ส่วนซึ่งโดยสภาพแห่งทรัพย์หรือโดยจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นเป็นสาระสำคัญในความเป็นอยู่ของทรัพย์นั้น และไม่อาจแยกจากกันได้นอกจากจะทำลาย ทำลายตัวทรัพย์ หรือทำให้ทรัพย์นั้นเปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือสภาพไป” มาตรา 146: “ทรัพย์ซึ่งติดกับที่ดินเป็นการถาวร หรืออาคาร ซึ่งปลูกสร้างในที่ดินของผู้อื่น ถือว่าเป็นส่วนควบของที่ดินนั้น” ดังนั้น ในกรณีนี้ เมื่อบริษัทก่อสร้างอาคารบนที่ดินของกรรมการบริษัท กรรมสิทธิ์ในอาคารจะ ตกเป็นของกรรมการบริษัท ในฐานะเจ้าของที่ดินทันที แม้ว่าบริษัทจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างก็ตาม ข้อควรระวังและการแก้ไข เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและภาษีที่อาจเกิดขึ้น บริษัทควรมีการทำสัญญาที่ชัดเจนและถูกต้อง: ทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว: บริษัทควรทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรรมการบริษัท โดยระบุให้ชัดเจนว่าบริษัทมีสิทธิในการปลูกสร้างอาคารบนที่ดินดังกล่าว […]

สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ประเด็นรายจ่ายทางภาษี

สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ประเด็นรายจ่ายทางภาษี สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร, สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลที่บริษัทจ่ายให้แก่พนักงานสามารถถือเป็น ค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ โดยไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ทั้งนี้มีเงื่อนไขและรายละเอียดที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อให้นำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้อย่างถูกต้อง 1. หลักการทั่วไปของค่าใช้จ่ายสวัสดิการพนักงาน โดยหลักการแล้ว กรมสรรพากรถือว่า สวัสดิการที่จ่ายให้พนักงานเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกิจการ และสามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า สวัสดิการนั้นต้องเป็นการจ่าย โดยเท่าเทียมกัน และไม่ใช่การจ่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของกรรมการหรือผู้ถือหุ้นเท่านั้น 2. หลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลที่บริษัทจ่ายให้พนักงานสามารถหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ หากเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังนี้: ค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายตามระเบียบของบริษัท: หากบริษัทมีระเบียบหรือข้อบังคับที่กำหนดให้พนักงานมีสิทธิ์ได้รับเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล โดยระบุเงื่อนไขและวงเงินที่ชัดเจนสำหรับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน (ตามตำแหน่งหรือระดับ) ค่าใช้จ่ายนี้จะถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการดำเนินกิจการและสามารถหักภาษีได้ เงินสมทบกองทุนประกันสังคม: เงินสมทบส่วนที่บริษัทจ่ายให้กับกองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย เป็นค่าใช้จ่ายที่หักภาษีได้เต็มจำนวนอยู่แล้ว ค่าเบี้ยประกันสุขภาพแบบกลุ่ม: หากบริษัทจัดทำประกันสุขภาพแบบกลุ่มให้พนักงาน และจ่ายค่าเบี้ยประกันให้ ซึ่งเป็นสวัสดิการที่มอบให้พนักงานทุกคนโดยเท่าเทียมกันตามนโยบายบริษัท ค่าเบี้ยประกันนี้สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 3. ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา (ข้อควรระวัง) เพื่อให้สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่ถูกจัดเป็น “รายจ่ายต้องห้าม” ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (13) ที่ระบุว่า “รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว…หรือการให้โดยเสน่หา” บริษัทควรปฏิบัติดังนี้: ต้องมีระเบียบหรือข้อบังคับที่ชัดเจน: บริษัทต้องมีเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุถึงสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขของค่ารักษาพยาบาลอย่างชัดเจน เช่น วงเงินสูงสุดที่เบิกได้ต่อปี หรือเงื่อนไขการเบิกจ่าย ให้สิทธิประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน: สวัสดิการนี้ควรให้สิทธิ์แก่พนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ […]

ค่ารับรอง คืออะไร ทำรายจ่ายให้สรรพากรยอมรับได้

ค่ารับรอง คืออะไร ทำรายจ่ายให้สรรพากรยอมรับได้ ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร “ค่ารับรอง” คือ ค่าใช้จ่ายที่กิจการจ่ายไปเพื่อการรับรองลูกค้า หรือบุคคลภายนอกที่มาติดต่อธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และอำนวยประโยชน์ให้แก่กิจการในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การจะนำค่ารับรองมาเป็นรายจ่ายทางภาษีได้นั้น จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.116/2545 ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญดังนี้ 1. ลักษณะของค่ารับรองที่สามารถนำมาหักภาษีได้ ค่ารับรองที่กรมสรรพากรยอมรับจะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ: ค่าบริการ: เช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ใช้เลี้ยงรับรองลูกค้า, ค่าที่พัก, ค่าเดินทาง หรือค่าตั๋วเข้าชมมหรสพ/การกีฬา เพื่อการเจรจาธุรกิจ ค่าสิ่งของ: เช่น ของขวัญปีใหม่, ของที่ระลึก, หรือกระเช้าของขวัญที่มอบให้ลูกค้าในโอกาสสำคัญ 2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามกฎหมาย ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นตามธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจ: ค่ารับรองที่จ่ายไปจะต้องมีเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล เช่น การเลี้ยงรับรองลูกค้าเพื่อปิดการขาย, การเลี้ยงรับรองเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้า หรือการมอบของขวัญเพื่อแสดงความขอบคุณ ผู้ที่ได้รับการรับรองต้องไม่ใช่ลูกจ้างของกิจการ: โดยปกติแล้ว บุคคลที่ได้รับการรับรองจะต้องเป็นบุคคลภายนอก เช่น ลูกค้า, คู่ค้า, หรือผู้มีอุปการคุณทางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม กฎหมายมีข้อยกเว้นสำหรับกรณีที่ลูกจ้างของบริษัทมีหน้าที่เข้าร่วมในการรับรองนั้นด้วย […]

ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ช่วยธุรกิจคุณง่ายขึ้น กับยอดขายจำนวนมาก

ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ช่วยธุรกิจคุณง่ายขึ้น กับยอดขายจำนวนมาก สำหรับ “กิจการขายปลีก หรือให้บริการรายย่อย” สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ โดยไม่ต้องขออนุมัติจากกรมสรรพากร โดยต้องเป็นกิจการที่เข้าข่ายการขายปลีก หรือให้บริการรายย่อยตามที่กรมสรรพากรกำหนด สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้เลย โดยไม่ต้องขออนุมัติจากกรมสรรพากร เว้นแต่ ในกรณีที่มีการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (POS – Point of Sale) เพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ นี่คือรายละเอียดและข้อควรระวังที่สำคัญ: 1. ใครมีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ? ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งประกอบกิจการดังต่อไปนี้: การขายปลีก: หมายถึงการขายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง เพื่อการบริโภคหรือใช้สอยส่วนตัวและไม่ใช่เพื่อการขายต่อ เช่น ร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหาร, ห้างสรรพสินค้า, ร้านขายยา เป็นต้น การให้บริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก: เช่น ธุรกิจโรงแรม, โรงภาพยนตร์, ธุรกิจซ่อมแซม เป็นต้น 2. หลักการออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ไม่ต้องขออนุมัติจากกรมสรรพากร: กิจการที่เข้าข่ายข้างต้น สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้เลย โดยไม่ต้องยื่นคำขออนุมัติใดๆ เป็นลายลักษณ์อักษรจากกรมสรรพากร ข้อกำหนดของรายการในใบกำกับภาษีอย่างย่อ: แม้จะเป็น “อย่างย่อ” แต่ก็มีรายการสำคัญที่ต้องแสดงบนใบกำกับภาษีให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่: คำว่า “ใบกำกับภาษีอย่างย่อ” […]

บริจาค ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

กรณีบริจาคด้วยสินค้าของบริษัท บริจาค ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่ โดยปกติแล้วการบริจาคสินค้าของบริษัท ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากกฎหมายถือว่าการบริจาคสินค้าเป็น “การขาย” ตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งหมายถึงการจำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม มี ข้อยกเว้น ที่ทำให้การบริจาคสินค้าไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาและประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ดังนี้ ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม บริจาคให้แก่หน่วยงานของรัฐ: ได้แก่ สถานพยาบาลและสถานศึกษาของทางราชการ บริจาคให้แก่องค์กรหรือสถานสาธารณกุศลที่อธิบดีประกาศกำหนด: ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร เช่น สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลเอกชน, สถานศึกษาเอกชน, หรือมูลนิธิที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้น บริจาคผ่านระบบ e-Donation: การบริจาคให้แก่องค์กรหรือสถานสาธารณกุศลตามรายชื่อที่กำหนดไว้ในระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ก็จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นกัน ผลกระทบทางภาษีอื่นๆ นอกจากภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว การบริจาคสินค้ายังมีผลกระทบต่อภาษีเงินได้นิติบุคคลดังนี้: ต้นทุนสินค้าที่บริจาค: ต้นทุนของสินค้าที่บริจาคสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายของบริษัทได้ แต่มีเงื่อนไขตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร คือ หักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ ภาษีซื้อ (Vat […]