ขั้นตอนการทำลายสินค้า กรณีเป็นสินค้าของเสีย สินค้าเสื่อมสภาพ และสินค้าล้าสมัย

สินค้าของเสีย สินค้าเสื่อมสภาพ หรือสินค้าล้าสมัย ถือเป็นทรัพย์สินของกิจการที่ต้องถูกตัดจำหน่ายออกจากบัญชี และจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร เพื่อให้สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มหากมีการนำไปจำหน่ายหรือบริจาคผิดวัตถุประสงค์ ขั้นตอนโดยละเอียดที่สรรพากรยอมรับได้ มีดังนี้ค่ะ หลักการสำคัญ การทำลายสินค้าที่สรรพากรยอมรับได้ มีหลักการสำคัญคือ ต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่โปร่งใส ชัดเจน และสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการทำลายจริง โดยมีเจตนาเพื่อลดความเสียหายของธุรกิจ และไม่ได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี ขั้นตอนการทำลายสินค้าที่ถูกต้องตามหลักสรรพากร รายละเอียดสินค้าที่จะทำลายให้เป็นไปตามเงื่อนไขสรรพากร การทำลายสินค้าเป็นกระบวนการสำคัญที่ธุรกิจต้องให้ความใส่ใจ ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดการสต็อก แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลักเกณฑ์ทางภาษีที่กรมสรรพากรกำหนด หากดำเนินการไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้ไม่สามารถนำมูลค่าสินค้าที่ทำลายไปหักเป็นค่าใช้จ่าย หรืออาจต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยไม่จำเป็น เพื่อให้คุณเข้าใจว่าสินค้าแบบไหนที่เข้าเงื่อนไขการทำลายตามหลักเกณฑ์สรรพากร ผมสรุปรายละเอียดสำคัญมาให้ดังนี้ค่ะ 1. เหตุผลที่สมเหตุสมผลในการทำลายสินค้า สรรพากรจะพิจารณาเหตุผลในการทำลายสินค้าเป็นอันดับแรกว่ามีความสมเหตุสมผลและเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจหรือไม่ โดยทั่วไป สินค้าที่เข้าข่ายการทำลายด้วยเหตุผลที่ยอมรับได้มีดังนี้: สินค้าหมดสภาพ เสื่อมคุณภาพ หรือล้าสมัย: สินค้าหมดอายุ: เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง ที่มีวันหมดอายุระบุชัดเจนและพ้นกำหนดแล้ว สินค้าเสื่อมคุณภาพ: เช่น สินค้าที่เสีย ชำรุด แตกหัก ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ หรือคุณภาพลดลงจนไม่เป็นที่ต้องการของตลาด สินค้าล้าสมัย: เช่น เสื้อผ้าตามฤดูกาล สินค้าอิเล็กทรอนิกส์รุ่นเก่าที่ตกรุ่นไปแล้ว หรือสินค้าที่มีเทคโนโลยีเก่าจนไม่สามารถขายได้ สินค้าที่ถูกเรียกคืน (Recall): […]
รายจ่ายเกี่ยวข้องกับรถยนต์ อะไรเบิกได้ เบิกไม่ได้

รายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและเป็นประเด็นที่กรมสรรพากรให้ความสำคัญในการตรวจสอบอย่างมาก เนื่องจากมักมีการปะปนระหว่างการใช้งานส่วนตัวและการใช้งานเพื่อกิจการ เพื่อให้ได้รับประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มที่และถูกต้องตามหลักกรมสรรพากร ต้องพิจารณาประเภทของรถยนต์และลักษณะของรายจ่ายอย่างละเอียดค่ะ หลักการสำคัญในการหักรายจ่ายเกี่ยวกับรถยนต์ ก่อนลงรายละเอียดรายจ่ายแต่ละประเภท มีหลักการทั่วไปที่ต้องยึดถือ: ต้องเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการโดยตรง: ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะเท่านั้น (มาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร) หากมีการใช้งานส่วนตัวปะปนอยู่ รายจ่ายส่วนนั้นจะถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ต้องมีหลักฐานประกอบการลงบัญชีที่สมบูรณ์: เช่น ใบเสร็จรับเงิน, ใบกำกับภาษีเต็มรูป (สำหรับรายจ่ายที่ต้องการหักภาษีซื้อ), สัญญา, บันทึกการเดินทาง เป็นต้น (มาตรา 65 ตรี (13)) ประเภทของรถยนต์มีผลอย่างมาก: กรมสรรพากรจะแยกพิจารณาระหว่าง รถยนต์นั่งส่วนบุคคล กับ รถยนต์บรรทุก/รถยนต์โดยสารสาธารณะ ประเภทของรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่สามารถเบิกได้ (เพื่อให้ได้รับประโยชน์ทางภาษี) จะแบ่งตามประเภทของรถยนต์และลักษณะของค่าใช้จ่าย: A. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ “รถยนต์นั่งส่วนบุคคล” (ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์) คำจำกัดความ (โดยทั่วไป): รถเก๋ง, รถกระบะ 4 ประตู หรือรถ SUV ที่มีที่นั่งเกิน 7 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 12 […]
ข้อดีและข้อเสีย การเปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคลของกิจการ

การตัดสินใจเปิดบัญชีธนาคารสำหรับบริษัทว่าจะเป็นบัญชีเดียวหรือหลายบัญชีนั้น ไม่มีคำตอบที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับขนาด ลักษณะการดำเนินงาน และนโยบายการบริหารจัดการของแต่ละกิจการ โดยมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ดังนี้ค่ะ การเปิดบัญชีธนาคารแบบ “บัญชีเดียว” สำหรับบริษัท คือ การที่บริษัทมีบัญชีธนาคารหลักเพียงบัญชีเดียวเพื่อรองรับธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด ทั้งรายรับและรายจ่าย ข้อดี (Pros): ความง่ายในการบริหารจัดการ: ลดความซับซ้อน: มีบัญชีเดียวให้ดูแล ทำให้การบันทึกบัญชี, การกระทบยอด, และการตรวจสอบกระแสเงินสดทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่า ลดภาระธุรการ: ลดเอกสารที่ต้องจัดการ เช่น สมุดบัญชี, รายการเดินบัญชี (Statement), บัตรเดบิต/เครดิต ที่เกี่ยวข้องกับบัญชี ประหยัดค่าธรรมเนียม: มีโอกาสเสียค่าธรรมเนียมธนาคารน้อยกว่า (เช่น ค่าธรรมเนียมรายปี, ค่าธรรมเนียมการโอนข้ามธนาคาร) ภาพรวมทางการเงินที่ชัดเจน: สามารถเห็นภาพรวมของสภาพคล่องเงินสดทั้งหมดของบริษัทได้ทันที โดยไม่ต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายบัญชี ง่ายต่อการตัดสินใจทางการเงินเร่งด่วน สะดวกในการประสานงานกับผู้สอบบัญชี/สรรพากร (ในเบื้องต้น): มีจุดเดียวให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ ทำให้การตรวจสอบกระแสเงินสดทำได้ง่าย ข้อมูลเงินเข้าที่ธนาคารนำส่งสรรพากร (ตามมาตรา 3 สัตต) มาจากบัญชีเดียว ทำให้การติดตามข้อมูลอาจดูตรงไปตรงมา ข้อเสีย (Cons): ขาดการแบ่งแยกวัตถุประสงค์ของเงิน: เงินทั้งหมดปะปนกัน ทำให้ยากที่จะแยกแยะว่าเงินส่วนใดเป็นรายได้หลัก, ส่วนใดเป็นเงินสำรอง, ส่วนใดเป็นเงินสำหรับจ่ายเงินเดือน […]
11 รายจ่ายที่มักจะถูกบวกกลับเป็น “รายได้” ของกิจการ สรรพากรไม่ยอมให้เป็นค่าใช้จ่าย!

ในทางบัญชี กิจการจะบันทึกรายจ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามหลักการบัญชี แต่สำหรับ “กฎหมายภาษี” กรมสรรพากรมีหลักเกณฑ์เฉพาะว่ารายจ่ายใดบ้างที่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีได้ ความหมายของ “รายจ่ายบวกกลับเป็นรายได้ของกิจการ” (รายจ่ายต้องห้าม) “รายจ่ายบวกกลับเป็นรายได้ของกิจการ” หรือที่นิยมเรียกกันว่า “รายจ่ายต้องห้าม” (Non-deductible Expenses / Disallowed Expenses) หมายถึง รายจ่ายที่กิจการได้บันทึกไว้ในบัญชีเป็น “ค่าใช้จ่าย” เพื่อคำนวณกำไรสุทธิตามหลักการบัญชีแล้ว แต่ตามกฎหมายประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ตรี) กรมสรรพากร “ไม่อนุญาต” ให้นำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณ “กำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี” ผลที่เกิดขึ้นคือ: เมื่อคำนวณภาษี กิจการจะต้อง “บวกกลับ” รายจ่ายเหล่านี้เข้าไปในกำไรสุทธิตามงบการเงิน (กำไรทางบัญชี) ทำให้ กำไรสุทธิทางภาษี (Taxable Profit) สูงขึ้น กว่ากำไรสุทธิตามบัญชี ส่งผลให้ ภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระ “เพิ่มขึ้น” พูดง่ายๆ คือ เป็นรายจ่ายที่บันทึกแล้วในบัญชี แต่สรรพากรไม่นับให้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษี วัตถุประสงค์ของรายจ่ายต้องห้าม (มุมมองสรรพากร) กรมสรรพากรมีวัตถุประสงค์ในการกำหนดรายจ่ายต้องห้าม เพื่อ: ป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี: ป้องกันไม่ให้กิจการนำรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานจริง หรือรายจ่ายส่วนตัวมาแอบอ้างเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการ ความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี: […]