การขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม E-commerce อย่าง Shopee และ Lazada มีความซับซ้อนในการออกใบกำกับภาษี โดยเฉพาะเมื่อมีส่วนลดเข้ามาเกี่ยวข้อง และการจัดการค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบเสร็จรับเงินก็เป็นเรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้สรรพากรยอมรับเป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกต้องได้
การออกใบกำกับภาษีเมื่อมีส่วนลด
สิ่งสำคัญที่สุดในการออกใบกำกับภาษีคือการแยกให้ชัดเจนว่าส่วนลดนั้นมาจากใคร เพราะมีผลต่อฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
1. กรณีส่วนลดจากร้านค้าโดยตรง
- ลักษณะ: เป็นส่วนลดที่ร้านค้าเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด เช่น การใช้โค้ดส่วนลดของร้าน, ส่วนลดตามโปรโมชั่นของร้าน หรือการลดราคาจากราคาปกติ
- วิธีออกใบกำกับภาษี: คุณต้องออกใบกำกับภาษีจาก ยอดเงินสุทธิที่ผู้ซื้อจ่ายจริง หลังหักส่วนลดแล้ว
- ตัวอย่าง: สินค้ามูลค่า 1,000 บาท ร้านค้าให้ส่วนลด 100 บาท ลูกค้าจ่ายเงินจริง 900 บาท
- ในใบกำกับภาษี:
- มูลค่าสินค้า: 900 บาท (ยอดหลังหักส่วนลด)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%): 63 บาท
- ยอดรวมทั้งสิ้น: 963 บาท

2. กรณีส่วนลดจากแพลตฟอร์ม (Shopee, Lazada)
- ลักษณะ: เป็นส่วนลดที่แพลตฟอร์มเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เช่น โค้ดส่วนลดจาก Shopee/Lazada หรือส่วนลดค่าจัดส่งฟรี
- วิธีออกใบกำกับภาษี: คุณต้องออกใบกำกับภาษีจาก ยอดเงินเต็มของสินค้า ก่อนหักส่วนลด เพราะแพลตฟอร์มจะจ่ายเงินส่วนที่ลดให้คุณในภายหลัง
- ตัวอย่าง: สินค้ามูลค่า 1,000 บาท ลูกค้าใช้โค้ดส่วนลดของแพลตฟอร์ม 100 บาท ลูกค้าจ่ายเงินให้แพลตฟอร์ม 900 บาท แต่คุณจะได้รับเงินเต็มจำนวน 1,000 บาท (หักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม)
- ในใบกำกับภาษี:
- มูลค่าสินค้า: 1,000 บาท
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%): 70 บาท
- ยอดรวมทั้งสิ้น: 1,070 บาท


วิธีการบันทึกบัญชีรายการขายของ Shopee Lazada
-
ตัวอย่าง : กรณี Shopee Lazada ไม่มีสนับสนุนค่าขนส่ง
เดบิต ลูกหนี้ Shopee Lazada 7,000
เครดิต รายได้จากการขาย 6,542.06
ภาษีขาย 473.94

-
ตัวอย่าง : กรณี Shopee Lazada ไม่มีสนับสนุนค่าขนส่ง
เดบิต ลูกหนี้ Shopee Lazada 7,200
เครดิต รายได้จากการขาย 6,542.06
รายได้ค่าขนส่ง 186.91
ภาษีขาย 473.94

การจัดการค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบเสร็จ
เมื่อซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบจากแพลตฟอร์มออนไลน์แล้วไม่ได้ใบเสร็จรับเงินมา คุณยังสามารถนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ โดยต้องจัดทำเอกสารภายในเพื่อเป็นหลักฐาน ซึ่งสรรพากรจะยอมรับหากมีเอกสารประกอบที่น่าเชื่อถือ
-
จัดทำ “ใบสำคัญจ่าย” (Payment Voucher):
- จัดทำเอกสารภายในขึ้นมาเอง โดยระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน เช่น วันที่ซื้อ, จำนวนเงิน, วัตถุประสงค์ในการซื้อ
- มีลายเซ็นผู้อนุมัติการจ่ายเงินอย่างชัดเจน
-
แนบหลักฐานการชำระเงิน:
- สลิปการโอนเงิน: ใช้หลักฐานการโอนเงินจากธนาคารหรือช่องทางการชำระเงินอื่น ๆ
- ภาพหน้าจอ (Screen Shot): ถ่ายภาพหน้าจอของรายการสั่งซื้อ, หน้าจอสินค้า, และหน้าจอการชำระเงินในแพลตฟอร์ม E-commerce
- ใบสั่งซื้อออนไลน์: ปริ้นท์ใบสั่งซื้อที่แสดงรายการสินค้าและราคาออกมา

สรุป: การจัดการเอกสารสำหรับธุรกิจออนไลน์มีความสำคัญอย่างยิ่ง การออกใบกำกับภาษีให้ถูกต้องและการจัดทำเอกสารประกอบการจ่ายเงินอย่างรัดกุม จะช่วยให้กิจการสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้อง และลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้ค่ะ
ติดต่อ AccProTax ได้เลยวันนี้
AccProTax พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการจดทะเบียนแบบครบวงจร
ฟรี! ให้คำแนะนำเบื้องต้น
มีแพ็กเกจรายเดือน ปิดงบ รายปี
ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจริง พร้อมให้บริการธุรกิจ SME ทุกประเภท
ฟรีคำปรึกษาเบื้องต้น
ดูแลเอกสารให้ครบ จดเสร็จในไม่กี่วัน
อีเมล: accprotax@gmail.com
โทร: 02-124-3062
LineOA: @accprotax








