การเปรียบเทียบระหว่าง “ฟรีแลนซ์ (บุคคลธรรมดา)” และ “เจ้าของกิจการ (นิติบุคคล)” ในมุมมองภาษี เป็นเรื่องสำคัญมากเมื่อรายได้ของคุณเริ่มเติบโตขึ้น รายละเอียดทั้ง 8 ข้อที่คุณต้องการทราบ มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนดังนี้ค่ะ:
1. การยื่นรายได้บุคคลธรรมดา (ฟรีแลนซ์)
รูปแบบภาษี: ฟรีแลนซ์เสีย “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา”
การคำนวณ: (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี
แบบฟอร์มที่ใช้:
ภ.ง.ด. 90: ยื่นภาษีประจำปี (รวมรายได้ทุกประเภท) ยื่นช่วง ม.ค. – มี.ค. ของปีถัดไป
ภ.ง.ด. 94: ยื่นภาษีครึ่งปี (สำหรับผู้มีรายได้ประเภท 40(5)-(8)) ยื่นช่วง ก.ค. – ก.ย.
ข้อสังเกต: รัฐมองว่าคุณคือคนทำงานคนหนึ่ง รายได้ทั้งหมดถือเป็นของคุณโดยตรง
2. การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (บริษัท/หจก.)
รูปแบบภาษี: เสีย “ภาษีเงินได้นิติบุคคล”
การคำนวณ: (รายได้ – ค่าใช้จ่ายทางธุรกิจตามจริง) = กำไรสุทธิ x อัตราภาษี
อัตราภาษี: ใช้เรตคงที่ หรือ เรต SME (หากทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้าน + รายได้ไม่เกิน 30 ล้าน)
กำไร 0 – 300,000 บาทแรก: ยกเว้นภาษี (0%)
กำไร 300,001 – 3,000,000 บาท: เสีย 15%
กำไร 3,000,001 บาทขึ้นไป: เสีย 20%
ข้อสังเกต: ภาษีคิดจาก “กำไร” เท่านั้น ถ้ารายได้เยอะแต่ค่าใช้จ่ายเยอะจนขาดทุน ก็ไม่ต้องเสียภาษี
3. การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา (ฟรีแลนซ์)
ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ (เงินได้ประเภท 40(2) เช่น รับจ้างทั่วไป กราฟิก เขียนโปรแกรม) กฎหมายกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
จุดเจ็บปวด: หากคุณมีรายได้ 2 ล้านบาท คุณหักเหมาได้แค่ 100,000 บาทเท่านั้น (เหลือกำไรมาคิดภาษี 1.9 ล้านบาท) ทั้งที่คุณอาจจะมีต้นทุนค่าคอมพิวเตอร์ ค่าซอฟต์แวร์ ค่าเดินทาง จริงๆ มากกว่านั้น
4. การนำค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเพื่อธุรกิจ (นิติบุคคล)
นิติบุคคลหักค่าใช้จ่ายได้ “ตามจริง 100%” ตราบใดที่มีเอกสารครบถ้วน (ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน) และเกี่ยวข้องกับกิจการ
สิ่งที่หักได้: ค่าเช่าออฟฟิศ, ค่าน้ำค่าไฟ, ค่าอินเทอร์เน็ต, เงินเดือนพนักงาน, ค่าโฆษณา, ค่าเลี้ยงรับรองลูกค้า, ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ ฯลฯ
ข้อดี: ยิ่งมีต้นทุนจริงสูง กำไรทางบัญชีจะลดลง ทำให้ฐานภาษีลดลงตามความเป็นจริง ไม่ถูกจำกัดเพดานเหมือนบุคคลธรรมดา
5. ภาษีขั้นบันได (รายได้สูง = เจ็บหนัก)
ฟรีแลนซ์ (บุคคลธรรมดา): ใช้อัตราก้าวหน้า (Progressive Rate)
0 – 150,000 บาท: 0%
…เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ…
1,000,001 – 2,000,000 บาท: 25%
2,000,001 – 5,000,000 บาท: 30%
5,000,001 บาทขึ้นไป: 35%
ผลกระทบ: ยิ่งรายได้สูง คุณจะเสียภาษีแพงกว่านิติบุคคลมาก (สูงสุด 35% เทียบกับนิติบุคคลสูงสุดที่ 20%)
6. เงินเดือนเจ้าของบริษัท (จุดเปลี่ยนสำคัญ)
นิติบุคคล: คุณสามารถตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง (ในฐานะกรรมการ) ได้
ฝั่งบริษัท: เงินเดือนกรรมการ ถือเป็น “ค่าใช้จ่ายของบริษัท” นำไปหักลดกำไรของบริษัทได้ ทำให้บริษัทเสียภาษีน้อยลง
ฝั่งเจ้าของ: เจ้าของต้องนำเงินเดือนไปยื่นภาษีบุคคลธรรมดา แต่เราสามารถกำหนดเงินเดือนให้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เสียภาษีแพงเกินไปได้ (เช่น ตั้งเงินเดือนเดือนละ 30,000 – 50,000 บาท เพื่อให้เสียภาษีบุคคลในเรตต่ำ)
7. ความรับผิดชอบต่อรายได้
ฟรีแลนซ์: รายได้เข้ากระเป๋าคุณ 100% ก็จริง แต่ภาระภาษีจะคิดจากยอดรวมนั้นเต็มๆ โดยหักค่าใช้จ่ายได้น้อยมาก (ตามข้อ 3) ทำให้ฐานภาษีบวม
นิติบุคคล: รายได้เป็นของบริษัท ไม่ใช่ของคุณ (คุณจะเอาเงินออกมาใช้ส่วนตัวดื้อๆ ไม่ได้ ต้องเอาออกผ่านเงินเดือนหรือปันผล) แต่ข้อดีคือ บริษัทรับภาระภาษีจาก “กำไรสุทธิ” ซึ่งหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างออกไปหมดแล้ว
8. การวางแผนภาษี (เงินเดือน vs เงินปันผล)
นิติบุคคลมีความยืดหยุ่นสูงมากในการบริหารภาษี ดังนี้:
เงินเดือน: จ่ายออกไปเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท -> ลดภาษีบริษัท (20%) -> เจ้าของรับมาเสียภาษีบุคคล (ตามขั้นบันได)
เงินปันผล: จ่ายจากกำไรสะสม (หลังเสียภาษีบริษัทแล้ว) -> บริษัทหักค่าใช้จ่ายไม่ได้ -> เจ้าของรับมาเสีย ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% (Final Tax) โดยไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีปลายปีอีก
การวางแผน: นักบัญชีจะช่วยคำนวณสัดส่วนที่เหมาะสมระหว่าง “เงินเดือน” และ “ปันผล” เพื่อให้เสียภาษีรวม (ทั้งบริษัทและส่วนตัว) ต่ำที่สุด

บทสรุป: ตารางเปรียบเทียบชัดๆ
หัวข้อเปรียบเทียบ | ฟรีแลนซ์ (บุคคลธรรมดา) | บริษัท (นิติบุคคล) |
| อัตราภาษีสูงสุด | 35% (ตามขั้นบันได) | 20% (คงที่ / SME มีเรต 15%) |
| การหักค่าใช้จ่าย | เหมา 50% (ไม่เกิน 1 แสน) ส่วนใหญ่ | ตามจริง (หักได้ทุกอย่างที่มีบิล) |
| ความยุ่งยาก | ต่ำ (ทำเองได้) | สูง (ต้องมีคนทำบัญชี + ผู้สอบบัญชี) |
| เงินเดือนตัวเอง | หักเป็นค่าใช้จ่ายไม่ได้ | หักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้ |
| ความเสี่ยง | รับผิดชอบหนี้สินไม่จำกัด | รับผิดชอบเท่าที่ลงทุน (กรณีบริษัทจำกัด) |
คำแนะนำ: เมื่อไหร่ควรจดบริษัท?
โดยทั่วไป จุดคุ้มทุน (Break-even point) ที่ควรเปลี่ยนจากฟรีแลนซ์เป็นบริษัทคือเมื่อ มีกำไรสุทธิ (รายได้ – ค่าใช้จ่ายจริง) เกิน 1 – 2 ล้านบาทต่อปี หรือเมื่อคุณเริ่มเสียภาษีบุคคลธรรมดาในฐาน 20-25% ขึ้นไป การจดบริษัทจะเริ่มช่วยประหยัดภาษีได้มากกว่าค่าทำบัญชีที่ต้องจ่ายเพิ่มค่ะ
AccProTax รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี วางแผนภาษี ประสบการณ์กว่า 25 ปี
“สะดวก รวดเร็ว เข้าใจ ให้คำปรึกษาเชิงรุก” คือสิ่งที่ AccProTax ให้ความสำคัญ
เพราะเราเข้าใจดีว่า “เรื่องภาษี” ไม่ใช่เรื่องเล็กที่มองข้ามได้ AccProTax จึงมุ่งเน้นการวางระบบบัญชีและภาษีที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาการตีความผิดพลาดและลดความเสี่ยงจากการถูกเรียกเก็บย้อนหลัง ทีมงานของเรามีประสบการณ์กว่า 25 ปี ในการให้บริการทั้งการทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี และวางแผนภาษีอย่างรอบด้าน พร้อมคำปรึกษาที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างถูกต้อง
ติดต่อ AccProTax ได้เลยวันนี้
AccProTax พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการจดทะเบียนแบบครบวงจร
ฟรี! ให้คำแนะนำเบื้องต้น
มีแพ็กเกจรายเดือน ปิดงบ รายปี
ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจริง พร้อมให้บริการธุรกิจ SME ทุกประเภท
ฟรีคำปรึกษาเบื้องต้น
ดูแลเอกสารให้ครบ จดเสร็จในไม่กี่วัน
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/accprotax/
อีเมล: accprotax@gmail.com
โทร: 02-124-3062
LineOA: @accprotax
เริ่มต้นจดทะเบียนบริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด การจัดทำบัญชี วางแผนภาษี และการขอใบอนุญาตต่างๆ อย่างถูกต้อง มีขั้นตอนที่ซับซ้อน ยุ่งยาก และใช้ระยะเวลานาน การมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านงานจดทะเบียนธุรกิจเป็นที่ปรึกษาและวางแผนอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งข้อมูลต่อทางการอย่างถูกต้อง เป็นหัวใจสำคัญของก้าวแรกที่เริ่มต้นทำธุรกิจ เรายินดีให้บริการแก่ลูกค้าทุกท่าน พร้อมให้คำแนะนำในด้านการจดทะเบียน บริษัท(บจก.) ห้างหุ้นส่วนจำกัด(หจก.) อย่างครบวงจร รวมถึง จัดทำบัญชี และวางแผนภาษี (Tax Planning) ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
เมื่อลูกค้าต้องการข้อมูล เรายินดีช่วยเหลือ ให้บริการที่รวดเร็ว ทันเวลา ราคาเหมาะสม คุยอย่างเป็นกันเอง ยินดีให้บริการอย่างเต็มที่ ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งค่ะ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี
กรุณากรอกข้อมูล โดยผู้เชี่ยวชาญติดต่อกลับ ให้คำปรึกษาที่ตรงกับความต้องการของคุณได้อย่างรวดเร็ว







