Disclosure Form แบบรายงานประจำปีสำหรับกิจการที่มีความสัมพันธ์กัน

ในประเทศไทย Disclosure Form หรือแบบรายงานประจำปีสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร เป็นแบบฟอร์มที่ใช้เพื่อ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายการธุรกรรมระหว่างกัน ของบริษัทในเครือหรือบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามที่กฎหมายกำหนด

วัตถุประสงค์หลัก

แบบฟอร์มนี้ถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์หลักในการป้องกันการกำหนดราคาโอน (Transfer Pricing) ที่ไม่เป็นไปตามราคาตลาด ซึ่งอาจนำไปสู่การหลีกเลี่ยงภาษี กรมสรรพากรใช้แบบฟอร์มนี้เพื่อตรวจสอบว่า:

  1. บริษัทมีการกำหนดราคาซื้อขายสินค้าระหว่างกันอย่างเป็นธรรมหรือไม่ (ราคาตามหลักการที่พึงกระทำ – Arm’s Length Principle)
  2. มีการถ่ายโอนกำไรไปยังบริษัทในเครือที่มีอัตราภาษีต่ำกว่าหรือไม่

บริษัทที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจะถือว่ามีความสัมพันธ์กันหากเข้าข่ายอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้:

  1. การถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วน: บริษัทหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกบริษัทหนึ่งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมตั้งแต่ 50% ขึ้นไปของทุนทั้งหมด
  2. การควบคุมการบริหาร: ผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนรายเดียวกัน หรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในทั้งสองบริษัทไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมตั้งแต่ 50% ขึ้นไปของทุนทั้งหมด
  3. ความสัมพันธ์ด้านอำนาจควบคุม: มีความสัมพันธ์กันในด้านทุน, การจัดการ, หรือการควบคุม ซึ่งทำให้ฝ่ายหนึ่งมีอำนาจในการควบคุมการตัดสินใจของอีกฝ่ายหนึ่ง

ข้อมูลที่ต้องรายงานใน Disclosure Form

แบบฟอร์มนี้จะขอให้กิจการเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับธุรกรรมระหว่างกัน ได้แก่:

  1. ข้อมูลบริษัทที่เกี่ยวข้อง: รายชื่อบริษัทในเครือหรือบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน
  2. ลักษณะความสัมพันธ์: ระบุว่าความสัมพันธ์นั้นเป็นไปในรูปแบบใด เช่น การถือหุ้น หรือการควบคุม
  3. รายละเอียดธุรกรรมระหว่างกัน:
    • ประเภทของธุรกรรม: เช่น การซื้อ-ขายสินค้า, การให้บริการ, การให้กู้ยืมเงิน
    • มูลค่าของธุรกรรม: จำนวนเงินที่เกิดขึ้นในแต่ละรายการ
    • ข้อตกลงและเงื่อนไข: รายละเอียดการทำธุรกรรม เช่น กำหนดการชำระเงิน หรืออัตราดอกเบี้ย

การยื่น Disclosure Form นี้จึงเป็นการแสดงความโปร่งใสและยืนยันว่าการดำเนินธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือเป็นไปตามหลักการที่ถูกต้อง และช่วยลดความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบเรื่องราคาโอนจากกรมสรรพากรในอนาคตค่ะ

Disclosure Form หรือแบบรายงานประจำปีสำหรับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ คืออะไร?
Disclosure Form หรือแบบรายงานประจำปีสำหรับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ คืออะไร?

ลักษณะความสัมพันธ์ของกิจการที่ต้องยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

กิจการที่ต้องยื่นแบบ Disclosure Form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร คือกิจการที่มีความสัมพันธ์กันในลักษณะใดลักษณะหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบการกำหนดราคาโอน (Transfer Pricing) ที่อาจไม่เป็นไปตามหลักการซื้อขายปกติ เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี


ลักษณะความสัมพันธ์ตามมาตรา 71 ทวิ

ลักษณะความสัมพันธ์ที่ต้องยื่นแบบ Disclosure Form มี 3 ประเภทหลัก ดังนี้:

  1. การถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วน:

    บริษัทหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกบริษัทหนึ่ง ตั้งแต่ร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด ขึ้นไป ไม่ว่าจะโดยตรง หรือโดยอ้อม

    • ตัวอย่าง: บริษัท A ถือหุ้นในบริษัท B ร้อยละ 60 หากบริษัท B มีรายได้รวมมากกว่า 200 ล้านบาท บริษัท B จะต้องยื่น Disclosure Form เพื่อเปิดเผยธุรกรรมที่ทำกับบริษัท A และบริษัท A ก็ต้องยื่นเช่นกัน
  2. อำนาจในการควบคุมการบริหาร:

    ผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนรายเดียวกัน หรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในทั้งสองบริษัท ตั้งแต่ร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด ขึ้นไป

    • ตัวอย่าง: นายสมศักดิ์ถือหุ้นในบริษัท C ร้อยละ 70 และถือหุ้นในบริษัท D ร้อยละ 60 บริษัท C และ D ถือเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน เนื่องจากถูกควบคุมโดยบุคคลคนเดียวกัน หากบริษัทใดบริษัทหนึ่งมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องยื่นแบบฟอร์ม ทั้งสองบริษัทจะต้องยื่น Disclosure Form
  3. ความสัมพันธ์ด้านอำนาจควบคุมในทางปฏิบัติ:

    มีความสัมพันธ์กันด้านทุน, การจัดการ, หรือการควบคุม ซึ่งทำให้ฝ่ายหนึ่งมีอำนาจในการควบคุมการตัดสินใจของอีกฝ่ายหนึ่ง

    • ตัวอย่าง: บริษัท E และบริษัท F มีผู้บริหารชุดเดียวกัน หรือมีกรรมการร่วมกันส่วนใหญ่ แม้จะไม่มีการถือหุ้นถึงร้อยละ 50 แต่หากบริษัท F ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของบริษัท E ในการทำธุรกรรมต่างๆ ก็ถือว่ามีความสัมพันธ์กันในทางปฏิบัติ

สรุป

การยื่น Disclosure Form นี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกิจการเข้าข่ายความสัมพันธ์ตามที่กฎหมายกำหนดและมีรายได้ตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบธุรกรรมระหว่างกิจการที่มีความสัมพันธ์กันได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรมค่ะ

ลักษณะความสัมพันธ์ของกิจการที่ต้องยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
ลักษณะความสัมพันธ์ของกิจการที่ต้องยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ Disclosure Form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร คือ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันและมีรายได้รวมตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไ ในรอบระยะเวลาบัญชี

คุณสมบัติของผู้มีหน้าที่ยื่น

การพิจารณาว่าบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดใดมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ Disclosure Form จะต้องพิจารณาทั้งในแง่ของความสัมพันธ์และรายได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ความสัมพันธ์ระหว่างกิจการ

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะต้องมีความสัมพันธ์กันในลักษณะใดลักษณะหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่:

  • การถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วน: บริษัทหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกบริษัทหนึ่งตั้งแต่ 50% ขึ้นไปของทุนทั้งหมด
  • อำนาจควบคุม: มีผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนรายเดียวกันถือหุ้นในทั้งสองบริษัทตั้งแต่ 50% ขึ้นไป
  • การควบคุมในทางปฏิบัติ: มีความสัมพันธ์ด้านการจัดการหรือการควบคุมที่ทำให้ฝ่ายหนึ่งสามารถควบคุมอีกฝ่ายหนึ่งได้

2. เกณฑ์รายได้

กิจการที่มีความสัมพันธ์กันจะต้องมี รายได้รวมตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไป ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ๆ

สรุป

ดังนั้น ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ Disclosure Form คือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เข้าข่ายความสัมพันธ์ตามมาตรา 71 ทวิ และมีรายได้รวมตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้กรมสรรพากรตรวจสอบความโปร่งใสในการทำธุรกรรมระหว่างกัน เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีค่ะ

ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

ช่องทางการยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

ช่องทางการยื่นแบบ Disclosure Form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร มี 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ การยื่นแบบกระดาษและการยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์


1. การยื่นแบบกระดาษ

  • สถานที่ยื่น: ยื่นได้ที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่
  • ช่วงเวลาที่ยื่น: ต้องยื่นพร้อมกับแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี
  • เอกสารประกอบ: ต้องแนบ Disclosure Form ที่พิมพ์ออกมาจากโปรแกรมของกรมสรรพากร พร้อมเอกสารประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

2. การยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing)

  • ช่องทางยื่น: ยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรบนเว็บไซต์
  • ข้อดี: สะดวก รวดเร็ว และสามารถยื่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ช่วงเวลาที่ยื่น: ยื่นพร้อมกับแบบ ภ.ง.ด. 50 และหากยื่นผ่านระบบ e-Filing จะได้รับสิทธิขยายระยะเวลาในการยื่นแบบและชำระภาษีออกไปอีก 8 วัน นับจากวันครบกำหนด
  • ขั้นตอน:
    1. เข้าสู่ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร
    2. กรอกข้อมูลตามแบบฟอร์ม Disclosure Form ออนไลน์ให้ครบถ้วน
    3. ยื่นแบบพร้อมกับ ภ.ง.ด. 50

การเลือกยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากกว่า เนื่องจากมีข้อดีทั้งในด้านความสะดวกและได้รับสิทธิในการขยายระยะเวลาในการยื่นแบบภาษีค่ะ

ช่องทางการยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
ช่องทางการยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
ช่องทางการยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
ช่องทางการยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

บทลงโทษของการไม่ยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

โทษกรณีไม่ยื่นแบบ Disclosure Form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ ค่าปรับทางอาญา สูงสุด 200,000 บาท

นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังสามารถดำเนินการตรวจสอบและประเมินภาษีได้ในภายหลัง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาระภาษีเพิ่มเติมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมา

บทลงโทษกรณีไม่ยื่นแบบ Disclosure Form

  1. ค่าปรับทางอาญา: หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เข้าข่ายมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ Disclosure Form แต่ไม่ยื่น หรือยื่นแบบโดยกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นความจริง จะมีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร
  2. การตรวจสอบประเมินภาษี: การไม่ยื่นแบบ Disclosure Form จะทำให้กรมสรรพากรตั้งข้อสงสัยในความโปร่งใสของธุรกรรมระหว่างกิจการในเครือ และอาจเข้าตรวจสอบประเมินภาษีเพิ่มเติม หากพบว่ามีการกำหนดราคาโอน (Transfer Pricing) ที่ไม่เป็นไปตามราคาตลาด และทำให้บริษัทมีกำไรน้อยกว่าที่ควรจะเป็น กรมสรรพากรมีอำนาจในการ ประเมินภาษีเพิ่มเติม โดยอิงจากราคาตลาดที่ควรจะเป็น
  3. ค่าปรับและเงินเพิ่ม: หากถูกประเมินภาษีเพิ่มเติมจากการตรวจสอบ ผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
    • เบี้ยปรับ: สูงสุด 2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องชำระ
    • เงินเพิ่ม: 1.5% ต่อเดือน ของเงินภาษีที่ขาดไป

การไม่ยื่นแบบ Disclosure Form จึงเป็นเรื่องที่ต้องระวังอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะต้องเสียค่าปรับแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่จะถูกตรวจสอบและประเมินภาษีย้อนหลัง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาระทางการเงินที่หนักหนาได้ในอนาคตค่ะ

บทลงโทษของการไม่ยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
บทลงโทษของการไม่ยื่นแบบ Disclosure form ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

ติดต่อ AccProTax ได้เลยวันนี้

AccProTax พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการจดทะเบียนแบบครบวงจร

✅ ฟรี! ให้คำแนะนำเบื้องต้น
✅ มีแพ็กเกจรายเดือน ปิดงบ รายปี
✅ ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจริง พร้อมให้บริการธุรกิจ SME ทุกประเภท

✅ ฟรีคำปรึกษาเบื้องต้น
✅ ดูแลเอกสารให้ครบ จดเสร็จในไม่กี่วัน
📧 อีเมล: accprotax@gmail.com
📞 โทร: 02-124-3062
LineOA: @accprotax

บริษัทแอคโปรแท็ค จำกัด รับทำบัญชี
เพราะลูกค้าคือคนสำคัญ

เรามีทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านบัญชีและเชี่ยวชาญด้านวางแผนภาษีอากรอย่างสูงรับประกันธุรกิจของท่านจะได้การดูแล และประหยัดการเสียภาษีสูงสุด ยินดีให้คำปรึกษาสอบถามบริการ

แชร์บทความนี้ :
ค้นหา
บทความที่เกี่ยวข้อง
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือคำปรึกษา

ติดต่อทีมงานของเราได้ทุกเมื่อเรายินดีให้บริการคุณอย่างเต็มที่