Blog

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ไม่ทำบัญชี = มีคดีติดตัว เปิดความจริงที่ SME ต้องรู้ก่อนโดนค่าปรับพุ่งหลักแสน!
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ไม่ทำบัญชี = มีคดีติดตัว? เปิดความจริงที่ SME ต้องรู้ก่อนโดนค่าปรับพุ่งหลักแสน! รู้ก่อนโดนหมายเรียก

การทำบัญชีไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือ “หน้าที่ตามกฎหมาย” ที่ผู้ประกอบการ SME ทั้งในรูปแบบบริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด (นิติบุคคล) ไม่อาจละเลยได้ หากคุณละเลย กฎหมายบัญชีของไทยมีความเข้มงวดและมีบทลงโทษที่คาดไม่ถึงครับ ไม่ทำบัญชี จึงมีบทบัญญัติตามกฎหมายสำหรับการลงโทษทางอาญาได้กำหนดไว้ 1. ทำไม “ไม่ทำบัญชี” ถึงเป็นคดีอาญา? ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้นิติบุคคลเป็น “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี” หากฝ่าฝืนจะมีโทษทางอาญา

อ่านเพิ่มเติม »
ไม่อยากโดนหมายเรียกเชิญทางนี้! เปิดเพดานค่าปรับไม่ส่งงบการเงิน 200,000 บาท ที่ SME มักพลาด
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

สรุปครบ: ค่าปรับไม่ส่งงบการเงินเท่าไหร่? และวิธีวางแผนภาษีให้ถูกกฎหมายสำหรับ SME

ทำไมการไม่ส่งงบการเงิน โดยค่าปรับไม่ส่งงบการเงิน เท่าไหร่? และมีโทษปรับสูงสุดเท่าไร? คำตอบ : ค่าปรับไม่ส่งงบการเงิน มีโทษปรับสูงสุดอาจพุ่งไปถึง 200,000 บาท! ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และกรมสรรพากร โดยการปรับจะโดนปรับได้ในนามบริษัท และกรรมการ นั้นเอง 1. ทำไมการส่งงบการเงินถึงสำคัญ? การส่งงบการเงินไม่ใช่แค่เรื่องของ “ตัวเลข” แต่คือ “หน้าตา” ของธุรกิจในสายตาภาครัฐและคู่ค้า หลายครั้งที่ผู้ประกอบการยุ่งกับการปั้นยอดขายจนลืมหน้าที่สำคัญทางกฎหมาย รู้หรือไม่ว่าการล่าช้าเพียงไม่กี่วัน

อ่านเพิ่มเติม »
DBD คุมเข้ม! สกัดนอมินี-บัญชีม้า
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) คุมเข้ม สกัดนอมินี-บัญชีม้า

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) คุมเข้ม สกัดนอมินี-บัญชีม้า มากยิ่งขึ้นตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยได้ออกมาตรการเข้มงวดเพื่อสกัดกั้นปัญหา “นอมินี” (Nominee) และ “บัญชีม้า” ในรูปแบบนิติบุคคลจริงค่ะ โดยล่าสุดช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ได้มีการออกคำสั่งและประกาศชุดใหม่รวม 4 ฉบับ (คำสั่งที่ 2-5/2568) เพื่อยกระดับความเข้มงวดในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ดังนี้ รายละเอียด

อ่านเพิ่มเติม »
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

แบบ”บอจ.”ต่างๆ ที่สำคัญ เอกสารที่ผู้ประกอบการควรต้องรู้จักไว้

บอจ.1 หรือคำขอจดทะเบียนบริษัท คือ เอกสารสำคัญที่ใช้ในการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (Department of Business Development: DBD) กระทรวงพาณิชย์ . พูดง่ายๆ คือเป็น “คำร้อง” อย่างเป็นทางการเพื่อขอให้รัฐบาลรับรองสถานะทางกฎหมายของบริษัท และเป็นหลักฐานที่แสดงว่าบริษัทได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว องค์ประกอบสำคัญของแบบ บอจ.1 ในแบบ บอจ.1 จะมีการระบุข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบริษัทอย่างละเอียด ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบและจดทะเบียนบริษัทให้ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนี้: ชื่อบริษัท: ต้องเป็นชื่อที่ไม่ซ้ำกับบริษัทอื่น

อ่านเพิ่มเติม »
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ธุรกิจขนส่งโดยไม่มีรถตัวเอง ถือเป็นธุรกิจขนส่งได้

ธุรกิจขนส่งโดยไม่มีรถตัวเอง ถือเป็นธุรกิจขนส่งได้ กรณีบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ประกอบธุรกิจขนส่ง แต่ไม่มีรถขนส่งเป็นของตัวเอง และไม่มีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ยังถือเป็นผู้ประกอบการขนส่งตามหลักประมวลรัษฎากรได้ และมีหน้าที่ทางภาษีที่ต้องปฏิบัติตาม ดังนี้ การเป็นผู้ประกอบการขนส่งตามหลักประมวลรัษฎากร คำจำกัดความ: กรมสรรพากรพิจารณาการเป็น “ผู้ประกอบการขนส่ง” ตามลักษณะการให้บริการ ไม่ใช่ตามการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ (รถขนส่ง) หรือการมีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง หลักการ: หากบริษัทของคุณรับงานขนส่งและทำสัญญากับลูกค้าโดยตรง ถือว่าคุณเป็น ผู้ให้บริการขนส่ง และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย แม้ว่าจะใช้รถที่เช่ามาหรือยืมมาก็ตาม การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

อ่านเพิ่มเติม »
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ทำธุรกิจที่ดี เติบโตดี ควรต้องคำนึงมีอะไรบ้าง?

1.ธุรกิจที่ดีและเติบโตยั่งยืน ต้องคำนึงถึง “ช่องว่างการเติบโต” (Growth Gap) การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีอนาคต ไม่ได้หมายถึงแค่การทำยอดขายให้ได้มากที่สุดในวันนี้ แต่สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนต้องคำนึงถึงคือ “ช่องว่างการเติบโต” (Growth Gap) การเข้าใจและบริหารจัดการช่องว่างนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางและความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว “ช่องว่างการเติบโต” (Growth Gap) คืออะไร? “ช่องว่างการเติบโต” คือ ความแตกต่างระหว่างศักยภาพการเติบโตสูงสุดที่ธุรกิจสามารถทำได้ กับการเติบโตที่เกิดขึ้นจริง หรืออีกนัยหนึ่งคือ การมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์ หรือพื้นที่ที่ธุรกิจสามารถขยายตัวไปได้อีกในอนาคต

อ่านเพิ่มเติม »
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ความหมายและหน้าที่ระหว่างผู้ถือหุ้น vs กรรมการ

ในโครงสร้างของบริษัท (นิติบุคคล) บทบาทของ ผู้ถือหุ้น และ กรรมการบริษัท มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด แต่ก็มีหน้าที่และอำนาจที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ ความหมายและหน้าที่ 1. ผู้ถือหุ้น (Shareholders) ความหมาย: คือ เจ้าของบริษัท หรือผู้ลงทุนในบริษัทนั้นๆ การเป็นผู้ถือหุ้น หมายถึง การมีส่วนเป็นเจ้าของในสัดส่วนของจำนวนหุ้นที่ตนเองถืออยู่ ผู้ถือหุ้นจะมีความรับผิดชอบจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ (ในกรณีที่บริษัทยังเรียกเก็บค่าหุ้นไม่ครบ) หน้าที่หลักและอำนาจ: ลงทุนในบริษัท: จัดหาทุนให้แก่บริษัทผ่านการซื้อหุ้น

อ่านเพิ่มเติม »