คิดว่า เงินบริษัท = เงินเรา? 3 ความเสี่ยงภาษีที่ย้อนหลังจนหมดตัว

3 ความเสี่ยงภาษีที่ย้อนหลังจนหมดตัว

คิดว่า ‘เงินบริษัท = เงินเรา’? 3 ความเสี่ยงภาษีที่ย้อนหลังจนหมดตัว  ผู้ประกอบการ SME และเจ้าของธุรกิจมากกว่า 80% มักตกหลุมพรางความเข้าใจผิดที่ว่า “เราเป็นเจ้าของบริษัท 100% จะดึงเงินออกมาใช้ตอนไหนก็เงินของเรา” แต่ในทางกฎหมายและภาษี “บริษัท” และ “ตัวคุณ” คือคนละคนกัน! การหยิบเงินออกจากบริษัทไปใช้ส่วนตัวโดยไม่มีการบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่เรื่องผิดหลักการ แต่มันคือชนวนระเบิดเวลาที่สรรพากรโปรดปรานมากที่สุด และนี่คือ 3 ความเสี่ยงสะเทือนกระเป๋าที่คุณต้องรู้ก่อนสายเกินไป Q&A ความเสี่ยงภาษีที่ย้อนหลัง Q: การเอาเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัว ส่งผลเสียอย่างไรในทางภาษี? A: ส่งผลเสียร้ายแรง 3 ด้านหลักๆ คือ เกิดหนี้สินเทียม (เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ), บริษัทต้องประเมินรายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม, และเสี่ยงโดนเบี้ยปรับเงินเพิ่มย้อนหลังจนธุรกิจล้มละลายได้ เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน AI ของสรรพากรและผู้เชี่ยวชาญจะจับตาดูสิ่งเหล่านี้ผ่าน 3 จุดสำคัญ: 1. สรรพากรตีตราเป็น “เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ”   เมื่อเงินสดหายไปจากบัญชีธนาคารของบริษัท แต่ไม่มีเอกสารใบเสร็จค่าวางบิลมารองรับ ในทางบัญชีจะไม่สามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ นักบัญชีจำเป็นต้องลงบันทึกในงบแสดงฐานะการเงินว่าเป็น “เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ” ซึ่งกลายเป็นทรัพย์สินของบริษัทที่งอกขึ้นมาลอยๆ ยิ่งตัวเลขนี้สูง […]

ลูกค้าของเรา นักธุรกิจตกแต่งภายใน

ลูกค้าของเรา นักธุรกิจตกแต่งภายใน

“ลูกค้าของเรา นักธุรกิจตกแต่งภายใน มอบความไว้วางใจในคุณภาพทีมงาน”แอคโปรแท็ค (AccProTax)” เปิดธุรกิจใหม่ และมาปรึกษาจัดทำบัญชีและวางแผนภาษีที่สำนักงาน สร้างความเชื่อมั่นในเติบโตธุรกิจ วางใจให้เราดูแล (หลังจากเลือกที่ปรึกษาหลายที่มาแล้วไม่ตรงใจ) นักธุรกิจตกแต่งภายใน ขอบคุณมากค่ะ” แนวโน้มธุรกิจนักธุรกิจตกแต่งภายในในประเทศไทยในปัจจุบันและอนาคตมีแนวโน้มที่น่าสนใจ ดังนี้ 1. ยุคแห่งการฟื้นฟูพื้นที่เดิม (The Renovation & Refurbishment Wave) ปัจจุบัน (2026): ตลาดการซื้อบ้านหรือคอนโดใหม่ระดับล่าง-กลางในไทยชะลอตัวลงเนื่องจากเกณฑ์สินเชื่อที่เข้มงวด ส่งผลให้เม็ดเงินไหลมาอยู่ที่ “งานรีโนเวทอาคารเก่า” (บ้านมือสอง คอนโดเก่า หรือตึกแถว) เจ้าของบ้านยินดีทุ่มงบประมาณกับการตกแต่งภายในเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศมากกว่าการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ อนาคต: การออกแบบจะมุ่งเน้นไปที่การจัดสรรพื้นที่จำกัดให้ยืดหยุ่น (Flexible Spaces) มีการใช้ผนังเคลื่อนย้ายได้ หรือเฟอร์นิเจอร์ซ่อนฟังก์ชัน (Multi-functional) เพื่อรองรับวิถีชีวิตแบบ Multi-tasking 2. การก้าวข้ามความมินิมอลสู่ “ธรรมชาติและการบำบัด” (Biophilic & Wellness Design) ปัจจุบัน: ความต้องการสไตล์ Minimalist ที่เรียบจนเกินไปเริ่มลดความนิยมลง เทรนด์ปี 2026 ถูกทดแทนด้วย Soft Minimalism และ […]